<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044</id><updated>2011-07-08T11:01:46.504-07:00</updated><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่11'/><category term='รัฐธรรมนูญ2475'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 4'/><category term='บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ'/><category term='รัฐสภา'/><category term='รัฐธรรมนูญหมายถึง'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9'/><category term='ศาลรัฐธรรมนูญ'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><category term='มาตรา'/><category term='รัฐธรรมนูญไทย'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 7'/><category term='รัฐธรรมนูญคือ'/><category term='วันรัฐธรรมนูญ'/><category term='รัฐธรรมนูญมีกี่ฉบับ'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3'/><category term='กฏหมายรัฐธรรมนูญ'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 5'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับ'/><category term='คณะรัฐมนตรีไทย'/><category term='รัฐธรรมนูญ'/><category term='รัฐธรรมนูญ2550'/><category term='วิวัฒนาการรัฐธรรมนูญ'/><category term='รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><category term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 6'/><category term='ธรรมนูญการปกครอง'/><category term='พระราชบัญญัติธรรมนูญชั่วคราว2475'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ</title><subtitle type='html'>ความหมายรัฐธรรมนูญและกฏหมายรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมีกี่ฉบับ มาตรากฏหมายรัฐธรรมนูญ วันรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญอดีตถึงปัจจุบัน</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default?start-index=101&amp;max-results=100'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>116</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-7286687115414914297</id><published>2009-07-18T03:17:00.000-07:00</published><updated>2009-07-18T03:28:11.978-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ธรรมนูญการปกครอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12'/><title type='text'>ธรรมนูญการปกครอง</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SmGhPI6N5hI/AAAAAAAAANE/NdfY_MrhyPk/s1600-h/12.gif"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5359742313009374738" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 150px; CURSOR: hand; HEIGHT: 100px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SmGhPI6N5hI/AAAAAAAAANE/NdfY_MrhyPk/s200/12.gif" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรพุทธศักราช ๒๕๒๐&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;_______________&lt;br /&gt;ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้&lt;br /&gt;ณ วันที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๐&lt;br /&gt;เป็นปีที่ ๓๒ ในรัชกาลปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยที่หัวหน้าคณะปฏิวัตินำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ว่า การที่คณะปฏิวัติได้กระทำการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐ และประกาศให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๙ นั้น เนื่องด้วยมี ความปรารถนาจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม ความสามัคคีของชนในชาติ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสงบสุขของประชาชน ตลอดจนสร้างเสริมความสัมพันธ์กับนานาประเทศเพื่อให้เกิดความมั่นคงทั้งภายในภายนอกราชอาณาจักรในการ บริหารประเทศต่อไป คณะปฏิวัติจะจัดให้มีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมอบให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดร่างขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้มีการเลือกตั้ง ภายในปี พุทธศักราช ๒๕๒๑ แต่ในระหว่างดำเนินการดังกล่าว ควรให้ มีธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรใช้ไปพลางก่อนให้ เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ อาศัยเหตุดังที่หัวหน้าคณะปฎิวัติกราบบังคมทูลขึ้นมา จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้บทบัญญัติซึ่ง คณะปฏิวัติเสนอมาต่อไปนี้เป็นธรรมนูญการปกครองราชอาณา จักร จนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญซึ่งจะได้จัดร่างขึ้นตาม บทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองฉบับนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑&lt;/span&gt; ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขและดำรงตำแหน่ง จอมทัพไทย&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒&lt;/span&gt; อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย พระ มหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นแต่โดยบทบัญญัติแห่ง ธรรมนูญการปกครองนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทาง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔&lt;/span&gt; องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็น ที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และจะกล่าวหาหรือ ฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งผู้ทรง คุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีก ไม่เกินสิบสี่คน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี และการให้องคมนตรี พ้นจากตำแหน่งย่อมเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ,&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๖&lt;/span&gt; ให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีหน้าที่จัดทำ รัฐธรรมนูญ และพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติคำนึง ถึงการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจะมีขึ้นภายในปีพุทธศักราช ๒๕๒๑&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๗&lt;/span&gt; สภานิติบัญญัติแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิก จำนวนไม่น้อยกว่าสามร้อยคนแต่ไม่เกินสี่ร้อยคน ซึ่งพระมหา กษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด ตามที่ประธาน สภานโยบายแห่งชาตินำความกราบบังคมทูล ถ้าตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่างลง พระมหา กษัตริย์จะทรงแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งเข้าเป็น สมาชิกแทนก็ได้ ประธานสภานโยบายแห่งชาติเป็นผู้รับสนองพระบรม ราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้สมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งตามที่ประธานสภานิติ บัญญัติแห่งชาติถวายคำแนะนำตามมติของสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้ลงนาม รับสนองพระบรมราชโองการให้สมาชิกพ้นจากตำแหน่ง&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๘&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติตามมติของสภาให้เป็นประธานสภาคนหนึ่ง เป็นรองประธานสภาคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๙&lt;/span&gt; ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมา- ธิการขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอต่อสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจะมีจำนวนเท่าใด และ จะประกอบด้วยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่ง ชาติหรือไม่ ให้เป็นไปตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐&lt;/span&gt; เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับร่างรัฐธรรมนูญ จากคณะกรรมาธิการตามมาตรา ๙ แล้ว ให้พิจารณาร่าง รัฐธรรมนูญนั้นเป็นสามวาระ การพิจารณาในวาระที่หนึ่งและ วาระที่สอง ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมของสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ สำหรับวาระที่สามให้กระทำได้เมื่อการพิจารณา วาระที่สองได้ล่วงพ้นไปแล้วสิบห้าวัน การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ประกาศใช้ เป็นรัฐธรรมนูญไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด การประชุมในวาระที่สาม ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อย กว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติให้ความเห็นชอบใน วาระที่สามแล้ว ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่าง รัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์เพื่อ ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ให้ประธานสภานิติบัญญัติ แห่งชาติลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๑&lt;/span&gt; ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่สาม ถ้าไม่ได้คะแนนเสียงเห็นชอบตาม&lt;span style="color:#000000;"&gt;มาตรา ๑๐&lt;/span&gt; วรรคสอง ให้สภา นิติบัญญัติแห่งชาติจัดทำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ตามบทบัญญัติ แห่งธรรมนูญการปกครองนี้ แต่ถ้าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวจะมีผลให้ไม่อาจจัดให้มีการเลือกตั้งภายในปีพุทธศักราช ๒๕๒๑ ให้ขยายกำหนดเวลาการจัดให้มีการเลือกตั้งออกไป หนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีพุทธศักราช ๒๕๒๑&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒&lt;/span&gt; ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่ ตามมาตรา ๑๑ ถ้าไม่ได้คะแนนเสียงเห็นชอบตามมาตรา ๑๐ ใน วาระที่หนึ่งหรือวาระที่สาม ให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งในวันที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ และให้คณะรัฐมนตรีโดยความ เห็นชอบของสภานโยบายแห่งชาตินำร่างรัฐธรรมนูญที่คณะ กรรมาธิการตามมาตรา ๙ ร่างขึ้น หรือรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทยที่ได้เคยประกาศใช้บังคับมาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่ง มาปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สภา นิติบัญญัติแห่งชาติลงคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ และนำขึ้นทูล เกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ เพื่อทรงลงพระปรมา ภิไธยประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ในการปรับปรุงรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ให้คณะรัฐมนตรี คำนึงถึงการเลือกตั้งซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นโดยเร็วเท่าที่จะทำได้ การประกาศใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรานี้ ให้นายกรัฐมนตรี ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ การประชุมสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสาม ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม มาตรา ๑๔ ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้ใด จะกล่าวถ้อยคำใด ๆ ในทางแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความ คิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธ์โดยเด็ดขาด จะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวผู้นั้นในทางใดมิได้ เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ให้คุ้มครองถึงกรรมา- ธิการของสภาผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการประชุมโดยคำสั่ง ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วย ในกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติถูกควบคุมหรือขัง หรือถูกฟ้องในคดีอาญา ให้สั่งปล่อยหรืองดการพิจารณาในเมื่อ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติร้องขอ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕&lt;/span&gt; สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีอำนาจตราข้อบังคับ เกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รอง ประธานสภา และกรรมาธิการ วิธีการประชุม การพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ การเสนอญัตติ ที่ไม่มีลักษณะเป็นการขอให้คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีชี้แจง หรือแสดงความเห็นในเรื่องใด ๆ การอภิปราย การลงมติ การ รักษาระเบียบและความเรียบร้อย และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชบัญญัติโดย คำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗&lt;/span&gt; ให้มีสภานโยบายแห่งชาติ ประกอบด้วย บุคคลในคณะปฏิวัติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๖ ลง วันที่ ๒๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐ เป็นสมาชิก ให้หัวหน้าคณะปฏิวัติเป็นประธานสภานโยบายแห่งชาติ รองหัวหน้าคณะปฏิวัติ เป็นรองประธานสภานโยบายแห่งชาติ และให้สภานโยบายแห่งชาติแต่งตั้งสมาชิกสภานโยบายแห่งชาติ เป็นเลขาธิการสภานโยบายแห่งชาติคนหนึ่ง และรองเลขาธิการ สภานโยบายแห่งชาติคนหนึ่ง ในกรณีที่ประธานสภานโยบายแห่งชาติไม่อยู่หรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภานโยบายแห่งชาติทำหน้าที่ ประธานสภานโยบายแห่งชาติ และในกรณีที่ประธานและรอง ประธานสภานโยบายแห่งชาติไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สมาชิกสภานโยบายแห่งชาติเลือกสมาชิกคนหนึ่งทำหน้าที่ ประธานสภานโยบายแห่งชาติ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘&lt;/span&gt; สภานโยบายแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่กำหนด แนวนโยบายแห่งรัฐ และให้ความคิดเห็นแก่คณะรัฐมนตรีเพื่อ ให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐ และมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในธรรมนูญการปกครองนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๙&lt;/span&gt; ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับนโยบายสำคัญ หรือ เมื่อนายกรัฐมนตรีขอให้พิจารณาปัญหาใด ประธานสภานโยบาย แห่งชาติจะเสนอปัญหานั้นให้ที่ประชุมร่วมระหว่างสมาชิก สภานโยบายแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาวินิจฉัย ก็ได้ และเมื่อที่ประชุมร่วมมีมติเป็นประการใดแล้ว ให้คณะ รัฐมนตรีดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น ในการประชุมร่วมตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานสภานโยบาย แห่งชาติทำหน้าที่ประธาน และให้นำความในวรรคสามของ มาตรา ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๐&lt;/span&gt; ก่อนตั้งคณะรัฐมนตรี ประธานสภานโยบาย แห่งชาติปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และสภานโยบายแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่คณะรัฐมนตรี&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๑&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคน หนึ่งตามคำกราบบังคมทูลของประธานสภานโยบายแห่งชาติ และรัฐมนตรีตามจำนวนที่นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูล ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๒&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่ จะให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามที่ประธานสภานโยบาย แห่งชาติถวายคำแนะนำ และให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามที่ นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๓&lt;/span&gt; ประธานสภานโยบายแห่งชาติเป็นผู้ลงนาม รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีหรือให้ นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งรัฐมนตรีหรือให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๔&lt;/span&gt; นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะเป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติมิได้ และจะดำรงตำแหน่งใดในกิจการ เอกชนที่ดำเนินธุรกิจเพื่อค้ากำไรมิได้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีสิทธิเข้าร่วมประชุมเพื่อแถลง นโยบายและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๕&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจ ในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๖&lt;/span&gt; เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความ มั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเมื่อ มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตรา นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของสภานโยบายแห่งชาติ จะกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์เพื่อทรงตราพระราชกำหนด ให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ เมื่อได้ประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว ให้คณะรัฐมนตรี เสนอพระราชกำหนดต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยไม่ชักช้า ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติแล้ว ให้พระราชกำหนดมีผล เป็นพระราชบัญญัติต่อไป ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่อนุมัติ ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนกิจการ ที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด ให้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติให้มีผลตั้งแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๗&lt;/span&gt; ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นเป็นการจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับหรือปราบปรามการกระทำ อันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน หรือการกระทำ อันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชน หรือการกระทำอันเป็นการทำลายทรัพยากร ของประเทศ หรือเป็นการบั่นทอนสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันใช้ธรรมนูญการปกครองนี้ และไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้นายก- รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและของสภา- นโยบายแห่งชาติ มีอำนาจสั่งการหรือกระทำการใด ๆ ได้ และ ให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งการ ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งหรือการกระทำหรือการปฏิบัติ ที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการ หรือกระทำการใดไปตามวรรค หนึ่งแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทราบ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๘&lt;/span&gt; บรรดาบทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และ พระบรมราชโองการใด อันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมี นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช โองการ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๙&lt;/span&gt; ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณา พิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓๐&lt;/span&gt; ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการ ปกครองนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณี การปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวแก่การวินิจฉัยกรณีใดตามความใน วรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ เกิดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรีขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติวินิจฉัย ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติวินิจฉัยชี้ขาด&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓๑&lt;/span&gt; ในกรณีมีปัญหาว่าการกระทำหรือการปฏิบัติ ใดขัดหรือแย้งหรือไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการ ปกครองนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓๒&lt;/span&gt; บรรดาการกระทำ ประกาศหรือคำสั่งของ หัวหน้าคณะปฏิวัติ หรือการกระทำ ประกาศหรือคำสั่งของคณะ ปฏิวัติที่ได้กระทำ ประกาศหรือสั่งก่อนวันใช้ธรรมนูญการ ปกครองนี้ ทั้งนี้ ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิวัติ ไม่ว่าจะกระทำด้วย ประการใด หรือเป็นในรูปใด และไม่ว่าจะกระทำ ประกาศหรือ สั่งให้มีผลใช้บังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทาง ตุลาการ ให้ถือว่าการกระทำ ประกาศหรือคำสั่ง ตลอดจน การกระทำของผู้ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้น เป็นการ กระทำ ประกาศหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;br /&gt;ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเรือเอก สงัด ชลออยู่หัวหน้าคณะปฏิวัติ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-7286687115414914297?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/7286687115414914297/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=7286687115414914297' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/7286687115414914297'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/7286687115414914297'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='ธรรมนูญการปกครอง'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SmGhPI6N5hI/AAAAAAAAANE/NdfY_MrhyPk/s72-c/12.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-4299852945471672851</id><published>2009-05-14T20:46:00.000-07:00</published><updated>2009-05-14T20:52:51.550-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏหมายรัฐธรรมนูญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่11'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๙&lt;/span&gt; เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตรา พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ เมื่อได้ประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดต่อสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินโดยไม่ชักช้า ถ้าสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินอนุมัติแล้ว ให้พระราชกำหนดมีผลเป็นพระราชบัญญัติต่อไป ถ้าสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินไม่อนุมัติ ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนกิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติ ให้มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๐&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๑&lt;/span&gt; ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน หรือการกระทำอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการกระทำอันเป็นการทำลายทรัพยากรของประเทศ หรือเป็นการบั่นทอนสุขภาพอนามัยของประชาชนทั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันใช้รัฐธรรมนูญนี้ และไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและของสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งการ หรือกระทำการใด ๆ ได้ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำของนายกรัฐมนตรีรวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งหรือการกระทำหรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการหรือกระทำการใดไปตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินทราบ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๒&lt;/span&gt; บรรดาบทกฎหมาย พระราชหัตถเลขาและพระบรมราชโองการใดอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราช-โองการ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๓&lt;/span&gt; ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๔&lt;/span&gt; การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะกระทำได้ก็แต่โดยหลักเกณฑ์ และวิธีการดังต่อไปนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;( ๑ ) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;( ๒ ) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินพิจารณาเป็นสามวาระ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;( ๓ ) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการให้ใช้วิธีเรียกชื่อและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;( ๔ ) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ&lt;br /&gt;( ๕ ) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้วให้รอไว้ห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินพิจารณาในวาระที่สามต่อไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;( ๖ ) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้ายให้ใช้วิธีเรียกชื่อและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;( ๗ ) เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายเพื่อจะได้ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อได้ประกาศรัฐธรรมนูญนั้นในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๕&lt;/span&gt; เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการวินิจฉัยตามความในวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินหรือเกิดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรีขอให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินวินิจฉัยให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินวินิจฉัยชี้ขาด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๖&lt;/span&gt; การแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้ในระหว่างยังไม่มีสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ให้สภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และเอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๗&lt;/span&gt; ให้นายกรัฐมนตรีซึ่งทรงแต่งตั้งและอยู่ในตำแหน่งในวันใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งพระมหา-กษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๘&lt;/span&gt; ภายในกำหนดสี่ปีนับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐสภาที่ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง และวุฒิสภาซึ่งสมาชิกมาจากการแต่งตั้ง และเพื่อกำหนดกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกัน และจัดให้มีการเลือกตั้งและการแต่งตั้งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันครบกำหนดสี่ปีที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๙&lt;/span&gt; บรรดาการกระทำ ประกาศหรือคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน หรือการกระทำ ประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ได้กระทำประกาศหรือสั่งก่อนวันใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทั้งนี้ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ไม่ว่าจะกระทำด้วยประการใดหรือเป็นในรูปใด และไม่ว่าจะกระทำ ประกาศหรือสั่งให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการให้ถือว่าการกระทำ ประกาศหรือคำสั่ง ตลอดจนการกระทำของผู้ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้น เป็นการกระทำ ประกาศหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#3333ff;"&gt;ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเรือเอก สงัด ชลออยู่หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน&lt;br /&gt;เล่ม 93 ตอนที่ 135 (ฉบับพิเศษ)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-4299852945471672851?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/4299852945471672851/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=4299852945471672851' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/4299852945471672851'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/4299852945471672851'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/05/11_14.html' title='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-5931082177161677235</id><published>2009-05-13T22:58:00.000-07:00</published><updated>2009-05-13T23:04:17.219-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sgu0WY8zE-I/AAAAAAAAAM0/MgFNserDS7Y/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+11.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5335556480298062818" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 104px; CURSOR: hand; HEIGHT: 135px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sgu0WY8zE-I/AAAAAAAAAM0/MgFNserDS7Y/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+11.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.constitution-new.blogspot.com/"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๑&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตามมติของสภาเป็นประธานสภาคนหนึ่งและเป็นรองประธานสภาคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๒&lt;/span&gt; สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมีอำนาจตราข้อบังคับการประชุมของสภาเกี่ยวกับการเสนอร่างพระราช-บัญญัติ การเสนอญัตติ การประชุม การตั้งกระทู้ การปรึกษาและกิจการอื่น เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๓&lt;/span&gt; ในการประชุมสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใด ๆ ในทางแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวในทางใดมิได้ เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ให้คุ้มครองถึงการประชุมของกรรมาธิการและผู้พิมพ์ และผู้โฆษณารายงานการประชุมโดยคำสั่งของสภาด้วย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๔&lt;/span&gt; ในระหว่างสมัยประชุมถ้าสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินผู้ใดถูกควบคุมหรือขัง หรือถูกฟ้องในคดีอาญา ให้สั่งปล่อยหรืองดการไต่สวนมูลฟ้องหรือการพิจารณาในเมื่อประธานสภาร้องขอ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๕&lt;/span&gt; ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน แต่สมาชิกจะเสนอร่างพระราชบัญญัติได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของคณะกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งแต่งตั้งจากสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินหรือบุคคลอื่นจำนวนไม่เกินสิบสองคน ให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินและคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติฝ่ายละไม่เกินหกคน ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี ร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติเป็นผู้วินิจฉัย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๖&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีอีกไม่เกินยี่สิบคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จะเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมิได้ และจะเป็นข้าราชการประจำหรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือดำรงตำแหน่งใดในกิจการที่ดำเนินธุรกิจเพื่อหากำไรมิได้ ให้ประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตั้งนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มีสิทธิเข้าร่วมประชุมชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๗&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๘&lt;/span&gt; ให้มีสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีคณะหนึ่งซึ่งประกอบด้วยบุคคลในคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน มีหน้าที่ให้ความเห็นในเรื่องใด ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีปรึกษาและหน้าที่อื่นตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะรัฐมนตรีและสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีร่วมกันกำหนดแนวนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ในการบริหารราชการแผ่นดินเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติคณะรัฐมนตรีต้องบริหารไปตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้ตามวรรคสอง ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีว่างลงหรือมีกรณีที่จะแต่งตั้งเพิ่ม ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-5931082177161677235?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/5931082177161677235/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=5931082177161677235' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/5931082177161677235'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/5931082177161677235'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/05/11_13.html' title='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sgu0WY8zE-I/AAAAAAAAAM0/MgFNserDS7Y/s72-c/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+11.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-6963554746760759086</id><published>2009-05-12T00:13:00.000-07:00</published><updated>2009-05-12T00:16:28.224-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#666666;"&gt;เริ่มต้นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 11&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;color:#666666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑&lt;/span&gt; ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒&lt;/span&gt; ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓ &lt;/span&gt;อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย พระ-มหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นแต่โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕&lt;/span&gt; องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๖&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบสี่คน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี และการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งย่อมเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๗&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๘&lt;/span&gt; บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๙&lt;/span&gt; บุคคลมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญนี้และมีหน้าที่ป้องกันประเทศและปฏิบัติตามกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐&lt;/span&gt; ให้มีสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเพื่อทำหน้าที่นิติบัญญัติ ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าสามร้อยคนแต่ไม่เกินสี่ร้อยคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และอยู่ในตำแหน่งสี่ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้สมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระตามที่ประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินถวายคำแนะนำตามมติของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน การแต่งตั้งสมาชิกแทนในตำแหน่งที่ว่างหรือแต่งตั้งเพิ่มให้สมาชิกซึ่งได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-6963554746760759086?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/6963554746760759086/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=6963554746760759086' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6963554746760759086'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6963554746760759086'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/05/11_12.html' title='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-4765549607901966447</id><published>2009-05-12T00:08:00.000-07:00</published><updated>2009-05-12T00:13:00.928-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#c0c0c0;"&gt;&lt;a href="http://www.constitution-new.blogspot.com/"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;_______________&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร&lt;br /&gt;ตราไว้ ณ วันที่ ๒๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙เป็นปีที่ ๓๑ ในรัชกาลปัจจุบัน&lt;br /&gt;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามิทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินได้นำความกราบบังคมทูลว่า โดยที่ได้มีบุคคลกลุ่มหนึ่งได้กระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ และเศรษฐกิจของประเทศ และในที่สุดได้เกิดการจลาจลวุ่นวายอย่างร้ายแรงขึ้นในบ้านเมือง เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ซึ่งจะนำภัยพิบัติและความพินาศมาสู่ชาติบ้านเมืองในที่สุดคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน จึงได้เข้ายึดอำนาจและยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นผลสำเร็จเมื่อเวลา ๑๘.๐๐นาฬิกา ของวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และโดยที่ประชาชนทั้งมวลได้แสดงอย่างแจ้งประจักษ์และเชื่อมั่นว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบการปกครองที่ดี และเหมาะสมสำหรับประเทศไทย ในอันที่จะยังให้เกิดความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยทั่วกัน แต่เท่าที่ผ่านมาสี่สิบปีเศษ การปกครองในระบอบนี้ก็ยังไม่บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของประชาชนเพราะมิได้มีโครงสร้างที่จะต้องพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอนให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับพุทธศักราช ๒๕๑๗ มีอุปสรรคขัดข้องจนไม่อาจจะปฏิบัติให้เป็นไปโดยเรียบร้อยได้ ทั้งตัวบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามีส่วนมีเสียงในการปกครองประเทศก็มิได้เคารพต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้นด้วยประการต่าง ๆ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมือง เป็นเหตุให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยต้องล้มลุกคลุกคลานตลอดมา และมีท่าทีว่าชาติบ้านเมืองจะถึงซึ่งความวิบัติ จึงเป็นการจำเป็นที่จะต้องกอบกู้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยด้วยการปฏิรูปการปกครองแผ่นดินให้เหมาะสม โดยจัดให้มีการพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอนไปตามลำดับ ในระยะสี่ปีแรกเป็นระยะฟื้นฟูเสถียรภาพของประเทศทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ในระยะนี้สมควรให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินโดยทางสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ซึ่งมีสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ในขณะเดียวกันก็จะเร่งเร้าให้ประชาชนเกิดความสนใจและตระหนักในหน้าที่ของตน ในระยะสี่ปีที่สอง สมควรเป็นระยะที่ให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินมากขึ้นโดยจัดให้มีรัฐสภาอันประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง และวุฒิสภาซึ่งสมาชิกมาจากการแต่งตั้งทั้งสองสภานี้จะมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินเท่าเทียมกัน ในระยะสี่ปีที่สาม สมควรขยายอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรให้มากขึ้น และลดอำนาจของวุฒิสภาลงเท่าที่จะทำได้ ต่อจากนั้นไปถ้าราษฎรตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบของตนที่มีต่อชาติบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยดีแล้ว ก็อาจยกเลิกวุฒิสภาให้เหลือแต่สภาผู้แทนราษฎร อันการจะปฏิรูปโครงสร้างของการปกครองในระบอบนี้ในทางใด ย่อมแล้วแต่สภาวการณ์ของแต่ละระยะว่ามีเหตุผลสมควรอย่างไร และจักต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในระยะนั้น ๆ เป็นสำคัญ เพื่อให้การปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขบรรลุเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นคือความมั่นคงของชาติ และความผาสุกของประชาชน โดยยึดมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมืองอันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้การเป็นไปตามขั้นตอนและความมุ่งหมายของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินดังกล่าว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ขึ้นไว้ และใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-4765549607901966447?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/4765549607901966447/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=4765549607901966447' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/4765549607901966447'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/4765549607901966447'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/05/11.html' title='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-6723891553146281273</id><published>2009-05-09T22:56:00.000-07:00</published><updated>2009-05-09T22:58:49.671-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;บทเฉพาะกาล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;__________________&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;            &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;มาตรา ๒๓๒ ในวาระเริ่มแรก พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ในวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๒๓๓        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;    มาตรา ๒๓๓ ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้       &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;     มาตรา ๒๓๔ นับตั้งแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้จนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๒๓๓ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๑๕ ทำหน้าที่รัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และมิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๐๒ และมาตรา ๑๐๓ มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมาตรานี้            &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;มาตรา ๒๓๕ ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือคณะรัฐมนตรีหากจะมีขึ้นก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๒๓๓ เป็นคณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญนี้ และมิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๗๙ และมาตรา ๑๘๐ มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งของรัฐมนตรีตามมาตรานี้            เมื่อได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานไปจนกว่าจะตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นใหม่        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;    มาตรา ๒๓๖ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือบัญญัติกฎหมายขึ้นใหม่ เพื่อให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน ซึ่งต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๘ วรรคสองมาใช้บังคับ         &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;   มาตรา ๒๓๗ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือบัญญัติกฎหมายขึ้นใหม่ เพื่อให้การปกครองท้องถิ่นเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๑๔ มาตรา๒๑๖ และมาตรา ๒๑๗ ซึ่งต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้ มิให้นำบทบัญญัติสามมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับ       &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;     มาตรา ๒๓๘ บรรดาคำสั่งซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๗ แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๑๕ ที่ยังใช้บังคับอยู่ในวันใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้คงมีผลใช้บังคับต่อไป การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ffcc99;"&gt;ผู้รับสนองพระบรมราชโองการหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช&lt;br /&gt;ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเล่ม ๙๑ ตอนที่ ๑๖๙ ราชกิจจานุเบกษา ๗ ตุลาคม ๑๕๑๗&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-6723891553146281273?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/6723891553146281273/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=6723891553146281273' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6723891553146281273'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6723891553146281273'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/05/2517_09.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-880306566755637261</id><published>2009-05-07T00:22:00.000-07:00</published><updated>2009-05-07T00:27:38.313-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#cccccc;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10&lt;/span&gt; &lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5332980125064006018" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 117px; CURSOR: hand; HEIGHT: 124px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SgKNKxyoiYI/AAAAAAAAAMs/sSFPpQP8IlA/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+10.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;                                          &lt;span style="color:#ff0000;"&gt; หมวด ๑๑ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๒๒๘&lt;/span&gt; การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะกระทำได้ก็แต่โดยหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;(๑) ญัตติของแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรีหรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;(๒) ญัตติของแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ (๓) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;(๔) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;(๕) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้วให้รอไว้สิบห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;(๖) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้ายให้ใช้วิธีเรียกชื่อและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;(๗) เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๘ และมาตรา ๙๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๒๒๙&lt;/span&gt; ถ้าพระมหากษัตริย์ทรงพระราชดำริเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามมาตรา ๒๒๘ กระทบถึงประโยชน์ได้เสียสำคัญของประเทศหรือประชาชน และทรงพระราชดำริเห็นสมควรให้ประชาชนได้วินิจฉัย พระมหากษัตริย์ย่อมทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้ประชาชนทั่วประเทศออกเสียงเป็นประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วยร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในการให้ประชาชนออกเสียงเป็นประชามติ จะได้มีประกาศพระบรมราชโองการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เมื่อมีประกาศพระบรมราชโองการตามวรรคสอง ให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันให้ประชาชนออกเสียงเป็นประชามติภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศพระบรมราชโองการ และวันออกเสียงประชามติต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๒๓๐&lt;/span&gt; บุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมมีสิทธิออกเสียงประชามติ หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๒๓๑&lt;/span&gt; ในการให้ประชาชนออกเสียงตามมาตรา ๒๒๙ ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้ามีประชามติเห็นชอบด้วยร่างรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์จะได้ทรงลงพระปรมาภิไธยภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลประชามติและเมื่อได้ประกาศรัฐธรรมนูญนั้นในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ถ้ามีประชามติไม่เห็นชอบด้วยร่างรัฐธรรมนูญให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-880306566755637261?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/880306566755637261/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=880306566755637261' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/880306566755637261'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/880306566755637261'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SgKNKxyoiYI/AAAAAAAAAMs/sSFPpQP8IlA/s72-c/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+10.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-1745373228240710601</id><published>2009-05-03T06:54:00.000-07:00</published><updated>2009-05-03T07:00:25.967-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sf2jbfRPH7I/AAAAAAAAAMk/ChzVpVwYOj8/s1600-h/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5331597226522124210" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 124px; CURSOR: hand; HEIGHT: 108px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sf2jbfRPH7I/AAAAAAAAAMk/ChzVpVwYOj8/s200/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:78%;color:#cccccc;"&gt;&lt;strong&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33cc00;"&gt;&lt;strong&gt;หมวด ๑๑ ตุลาการรัฐธรรมนูญ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;__________________________&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๑๘&lt;/span&gt; คณะตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการรัฐธรรมนูญมีจำนวนเก้าคนโดยรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการตุลาการตามมาตรา ๒๑๐ เป็นผู้เลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิมีจำนวนฝ่ายละสามคน ให้คณะกรรมการตุลาการเลือกตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นลำดับแรก และแจ้งผลการเลือกต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีเมื่อรัฐสภาได้เลือกแล้วให้แจ้งผลการเลือกต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อคณะรัฐมนตรีได้เลือกแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อผู้ได้รับเลือกทั้งหมดกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเลือกตุลาการรัฐธรรมนูญคนหนึ่งเป็นประธาน ในกรณีที่ประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ตุลาการรัฐธรรมนูญเลือกตั้งกันขึ้นเองเป็นประธานในคราวประชุมนั้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๑๙&lt;/span&gt; ตุลาการรัฐธรรมนูญจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๒๐&lt;/span&gt; ตุลาการรัฐธรรมนูญจะได้รับเงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๒๑&lt;/span&gt; บุคคลจะดำรงตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญติดต่อกันสองครั้งมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๒๒&lt;/span&gt; ตุลาการรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;(๑) เปิดสมัยประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังจากการเลือกตั้งทั่วไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;(๒) ตาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;(๓) ลาออก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;(๔) เป็นสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;(๕) ต้องคำพิพากษาให้จำคุก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๒๓&lt;/span&gt; เมื่อตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญว่างลงให้รัฐสภา คณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการตุลาการที่ได้เลือกตุลาการรัฐธรรมนูญผู้พ้นจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี เลือกตุลาการรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่างนั้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๒๔&lt;/span&gt; เมื่อร่างพระราชบัญญัติใดได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตามมาตรา ๙๘ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;(๑) หากสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองสภารวมกัน หรือสมาชิกของแต่ละสภา มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่งมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญให้เสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา หรือประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี แล้วให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับความเห็นดังกล่าวส่งความเห็นนั้นไปยังคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย แล้วแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;(๒) หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่งมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญให้ส่งความเห็นเช่นว่านั้นไปยังคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยแล้วแจ้งให้ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบ ในระหว่างที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ให้นายกรัฐมนตรีระงับการดำเนินการเพื่อประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่ง จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ถ้าคณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัตินั้น มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ให้นายกรัฐมนตรีส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังรัฐสภาต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๒๕&lt;/span&gt; ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๖ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวแล้วส่งความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการ เพื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัย คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ให้ใช้ได้ในคดีทั้งปวง แต่ไม่กระทบกระทั่งคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดแล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๒๖&lt;/span&gt; คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญให้ถือเป็นเด็ดขาด และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;มาตรา ๒๒๗&lt;/span&gt; วิธีการพิจารณาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-1745373228240710601?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/1745373228240710601/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=1745373228240710601' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1745373228240710601'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1745373228240710601'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/05/2517.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sf2jbfRPH7I/AAAAAAAAAMk/ChzVpVwYOj8/s72-c/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-3083106442981364339</id><published>2009-04-28T22:10:00.000-07:00</published><updated>2009-04-28T22:13:54.901-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:78%;color:#ff9900;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หมวด ๙การปกครองท้องถิ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;___________________________ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๑๔&lt;/span&gt; การจัดระเบียบการปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งนครหลวง ต้องเป็นไปตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งมีอิสระในการกำหนดนโยบายการปกครองท้องถิ่นของตน และมีอิสระในทางการภาษีอากรและการเงินแห่งท้องถิ่น ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๑๕&lt;/span&gt; ท้องถิ่นใดมีลักษณะที่จะปกครองตนเองได้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ย่อมมีสิทธิปกครองตนเอง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๑๖&lt;/span&gt; การปกครองท้องถิ่นทุกระดับในทุกจังหวัดรวมทั้งนครหลวง ให้มีสภาท้องถิ่นและหัวหน้าฝ่ายบริหารท้องถิ่นหรือคณะผู้บริหารท้องถิ่น มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในท้องถิ่นและต้องมีการเลือกตั้งตามระยะเวลาที่กำหนดในกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒๑๗&lt;/span&gt; การเลือกตั้งสมาชิกของสภาท้องถิ่น ให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ การเลือกตั้งหัวหน้าฝ่ายบริหารท้องถิ่นหรือคณะผู้บริหารท้องถิ่น จะใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ หรือจะให้สภาท้องถิ่นเลือกตั้งจากสมาชิกของสภาท้องถิ่นก็ได้ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-3083106442981364339?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/3083106442981364339/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=3083106442981364339' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/3083106442981364339'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/3083106442981364339'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/2517_28.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-7503219865265796319</id><published>2009-04-27T06:06:00.000-07:00</published><updated>2009-04-27T06:12:38.782-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ศาลรัฐธรรมนูญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SfWu_OaMIdI/AAAAAAAAAMc/PH-Nv34Jxm8/s1600-h/à¸¨à¸²à¸¥.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5329358135285785042" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 124px; CURSOR: hand; HEIGHT: 108px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SfWu_OaMIdI/AAAAAAAAAMc/PH-Nv34Jxm8/s200/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หมวด ๘ศาล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;______ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๐๒ การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาล ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๐๓ บรรดาศาลทั้งหลายจะตั้งขึ้นได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๐๔ การตั้งศาลขึ้นใหม่เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่ง หรือที่มีข้อหาฐานใดฐานหนึ่งโดยเฉพาะ แทนศาลธรรมดาที่มีอยู่ตามกฎหมายสำหรับพิจารณาพิพากษาคดีนั้นจะกระทำมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๐๕ การบัญญัติกฎหมายให้มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญสากลหรือวิธีพิจารณา เพื่อใช้แก่คดีใดคดีหนึ่งโดยเฉพาะ จะกระทำมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๐๖ ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ให้เป็นไปตามกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๐๗ ผู้พิพากษาและตุลาการจะเป็นข้าราชการการเมืองมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๐๘ พระมหากษัตริย์ทรงแต่ตั้งและให้ผู้พิพากษาพ้นจากตำแหน่ง ก่อนเข้ารับหน้าที่ครั้งแรก ผู้พิพากษาต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำที่คณะกรรมการตุลาการเป็นผู้กำหนด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๐๙ การแต่งตั้งและการให้ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมพ้นจากตำแหน่ง จะต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการก่อน แล้วจึงนำความกราบบังคมทูล การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม จะต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๑๐ คณะกรรมการตุลาการประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการ ข้าราชการฝ่ายตุลาการเป็นกรรมการโดยตำแหน่งสามคนที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีกแปดคน ซึ่งข้าราชการตุลาการเป็นผู้เลือกจากข้าราชการตุลาการสี่คน กับจากผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญที่เคยรับราชการเป็นผู้พิพากษามาแล้ว และต้องไม่ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือทนายความอีกสี่คน ตำแหน่งของข้าราชการตุลาการผู้มีสิทธิได้รับเลือกเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกตั้งกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๑๑ ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามที่กฎหมายบัญญัติ การแต่งตั้งและการให้ตุลาการศาลทหารพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๑๒ ศาลปกครองและศาลในสาขาแรงงาน สาขาภาษี หรือสาขาสังคม จะตั้งขึ้นได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ การแต่งตั้งและการให้ผู้พิพากษาพ้นจากตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ของศาลตลอดจนวิธีพิจารณาของศาลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลนั้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc33;"&gt;มาตรา ๒๑๓ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลอื่น หรือระหว่างศาลอื่นด้วยกันให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-7503219865265796319?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/7503219865265796319/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=7503219865265796319' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/7503219865265796319'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/7503219865265796319'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/blog-post_27.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SfWu_OaMIdI/AAAAAAAAAMc/PH-Nv34Jxm8/s72-c/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-4737499963964295932</id><published>2009-04-23T06:44:00.000-07:00</published><updated>2009-04-23T06:52:52.673-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ .2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="font-size:78%;color:#ff9966;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอนที่ 22&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๘๕&lt;/span&gt; ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภา ขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๘๖&lt;/span&gt; ในระหว่างการบริหารราชการแผ่นดินภายหลังที่ได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถ้ามีพฤติการณ์ที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควร คณะรัฐมนตรีจะขอให้สภาผู้แทนราษฎรยืนยันความไว้วางใจอีกก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๘๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๘๗&lt;/span&gt; รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๑) สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา ๑๕๙ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๒) ไม่ได้รับความไว้วางใจตามมาตรา ๑๘๔ หรือมาตรา ๑๘๖&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๓) สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๔) คณะรัฐมนตรีลาออก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๕) ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๘๘&lt;/span&gt; คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานไปจนกว่าจะตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นใหม่ มาตรา ๑๘๘ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๑) ตาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๒) ลาออก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๓) ขาดคุณสมบัติสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๑๗ (๑) หรือ (๒) ในกรณีที่รัฐมนตรีมิได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ (๑) (๒)หรือ (๓) ในกรณีที่รัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๘ (๑) (๒)(๓) หรือ (๖)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๔) ต้องคำพิพากษาให้จำคุก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๕) สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ไว้วางใจตามมาตรา ๑๕๙ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๖) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๐&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;(๗) มีพระบรมราชโองการตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๘๙&lt;/span&gt; ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๐๕ และมาตรา ๑๐๖ มาใช้บังคับแก่การสิ้นสุดของความเป็นรัฐมนตรีตาม (๒) (๓) (๔)หรือ (๖) มาตรา ๑๘๙ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๐ &lt;/span&gt;ในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน ในอันจะรักษาความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัยสาธารณะ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิของประเทศหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไป ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุมัติ หรือสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติแต่วุฒิสภาไม่อนุมัติ และสภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระทั่งกิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น ถ้าสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาอนุมัติพระราชกำหนดนั้น หรือถ้าวุฒิสภาไม่อนุมัติและสภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดให้พระราชกำหนดนั้นมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติต่อไป การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติ ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา การพิจารณาพระราชกำหนดของวุฒิสภาและของสภาผู้แทนราษฎร ในกรณียืนยันการอนุมัติพระราชกำหนด จะต้องทำในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภานั้น ๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๑ &lt;/span&gt;ในระหว่างสมัยประชุม ถ้ามีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ พระราชกำหนดที่ได้ตราขึ้นตามวรรคหนึ่ง จะต้องนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในสองวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๒&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกา ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๓&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึก ตามลักษณะและวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกเฉพาะแห่งเป็นการรีบด่วน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารย่อมกระทำได้ตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก กฎอัยการศึกตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง จะมีผลใช้บังคับเกินสามสิบวันได้อีกเป็นระยะเวลาเท่าใด ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ หรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคสาม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๔&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา มติให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๓ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๕&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพสงบศึกและทำหนังสือสัญญาอื่นกับนานาประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตอธิปไตยแห่งชาติ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามสัญญา หรือสนธิสัญญาพันธมิตรทางทหารต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๖&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๗&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการถอดถอนฐานันดรศักดิ์ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๘&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ข้าราชการฝ่ายทหาร และฝ่ายพลเรือนตำแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดีและเทียบเท่าพ้นจากตำแหน่ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๙๙&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๕ การกำหนดคุณสมบัติ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน การลงโทษ และการออกจากราชการของข้าราชการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๒๐๐&lt;/span&gt; ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำ นอกจากข้าราชการการเมือง จะเป็นข้าราชการการเมืองมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๒๐๑&lt;/span&gt; บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการใด ๆ อันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#33ff33;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-4737499963964295932?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/4737499963964295932/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=4737499963964295932' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/4737499963964295932'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/4737499963964295932'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/2517_23.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ .2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-1696154543682556896</id><published>2009-04-20T21:18:00.000-07:00</published><updated>2009-04-20T21:27:47.043-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='คณะรัฐมนตรีไทย'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Se1KpG28PLI/AAAAAAAAAMU/2HnLUBQYLSk/s1600-h/à¸„à¸“à¸°à¸£à¸±à¸à¸¡à¸™à¸•à¸£à¸µ.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5326996004325309618" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 116px; CURSOR: hand; HEIGHT: 61px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Se1KpG28PLI/AAAAAAAAAMU/2HnLUBQYLSk/s200/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#c0c0c0;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;หมวด ๗ คณะรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;__________________ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๗&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอีกไม่เกินสามสิบคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีอีกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนรัฐมนตรีทั้งหมด จะต้องเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตั้งนายกรัฐมนตรี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๘&lt;/span&gt; ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ "ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๙&lt;/span&gt; รัฐมนตรีจะเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมืองมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๐&lt;/span&gt; รัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งหรือกระทำการใด ๆ ที่ห้ามไว้มิให้สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดำรงหรือกระทำตามที่บัญญัติในมาตรา ๑๐๓ มิได้ เว้นแต่ตำแหน่งที่ต้องดำรงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และจะเป็นผู้จัดการ กรรมการที่ปรึกษา ตัวแทนหรือลูกจ้างของบุคคลห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การใด ๆ ซึ่งดำเนินธุรกิจเพื่อค้ากำไรก็มิได้ด้วย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๑&lt;/span&gt; รัฐมนตรีต้องแสดงสินทรัพย์และหนี้สินของตนต่อประธานรัฐสภาตามรายการ วิธีการ และกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๒&lt;/span&gt; รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิเข้าประชุม และแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภา ซึ่งตนมิได้เป็นสมาชิก แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๕ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๓&lt;/span&gt; ในการดำเนินนโยบายบริหารราชการแผ่นดินคณะรัฐมนตรีต้องได้รับความไว้วางใจของสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในหน้าที่ของตน และต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อสภาผู้แทนราษฎรในนโยบายทั่วไปของคณะรัฐมนตรี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๔&lt;/span&gt; คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความไว้วางใจมติให้ความไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-1696154543682556896?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/1696154543682556896/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=1696154543682556896' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1696154543682556896'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1696154543682556896'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/2517_20.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Se1KpG28PLI/AAAAAAAAAMU/2HnLUBQYLSk/s72-c/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-8484815324745855847</id><published>2009-04-19T05:54:00.000-07:00</published><updated>2009-04-19T05:57:27.138-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่ ๗ ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;____________________________&lt;/span&gt; &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๗๔&lt;/span&gt;   ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๑ วรรคสองข้าราชการสังกัดหน่วย&lt;br /&gt;ราชการใดจะเป็นข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๗๕&lt;/span&gt; การกำหนดคุณสมบัติ การบรรจุ การแต่งตั้งการเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน&lt;br /&gt;การลงโทษและการออกจากราชการของข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#ff9966;"&gt;มาตรา ๑๗๖&lt;/span&gt; การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตำแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวงและอธิบดี&lt;br /&gt;พ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-8484815324745855847?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/8484815324745855847/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=8484815324745855847' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8484815324745855847'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8484815324745855847'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/blog-post_19.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-9042991656304727246</id><published>2009-04-16T04:02:00.000-07:00</published><updated>2009-04-16T04:06:54.205-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:78%;color:#cccccc;"&gt;&lt;strong&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอนที่ 19&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่ ๖ ผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภา&lt;br /&gt;________________________________________&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๘&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภาตามมติของรัฐสภา และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๙&lt;/span&gt; ผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภาจะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในทางการบัญชีหรือการคลัง และจะต้องไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือผู้มีตำแหน่งหรือหน้าที่ในหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานท้องถิ่น หรือผู้จัดการ กรรมการที่ปรึกษา ตัวแทนหรือลูกจ้างของบุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การใด ๆซึ่งดำเนินธุรกิจเพื่อค้ากำไร ทั้งจะต้องไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๐&lt;/span&gt; ให้ผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภามีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการรับจ่ายเงินของแผ่นดิน และการรับจ่ายเงินและทรัพย์สินของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งของท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๑&lt;/span&gt; ให้ผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภามีหน่วยราชการภายใต้บังคับบัญชาเพื่อปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ ข้าราชการสังกัดหน่วยราชการตามวรรคหนึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายรัฐสภา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๒&lt;/span&gt; ผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภาจะต้องเสนอรายงานการตรวจสอบการรับจ่ายเงินและทรัพย์สินตามอำนาจหน้าที่พร้อมทั้งข้อสังเกตต่อรัฐสภาตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาสอบสวนรายงานของผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมาธิการที่กล่าวนี้ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีจำนวนมากกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัด ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหนึ่งคน และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๖๑มาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๓&lt;/span&gt; ผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภาพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;(๑) ดำรงตำแหน่งมาครบหกปี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;(๒) ตาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;(๓) ลาออก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;(๔) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๙ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;(๕) รัฐสภามีมติให้ออก &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-9042991656304727246?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/9042991656304727246/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=9042991656304727246' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/9042991656304727246'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/9042991656304727246'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/2517_16.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-6819044421778543539</id><published>2009-04-11T00:37:00.000-07:00</published><updated>2009-04-11T00:40:42.968-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#cccccc;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน 18&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่ ๕การประชุมร่วมกันของรัฐสภา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;________________________________________ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๕&lt;/span&gt; ในกรณีต่อไปนี้ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๑) การให้ความเห็นชอบในการตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๒) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา ๒๔ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๓) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ตามมาตรา ๒๕ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๔) การให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติตามมาตรา ๒๖ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๕) การปรึกษาร่างพระราชบัญญัติใหม่ตามมาตรา ๙๙ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๖) การให้ความเห็นชอบในการปิดสมัยประชุมตามมาตรา ๑๓๗ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๗) การเปิดประชุมรัฐสภาตามมาตรา ๑๓๘ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๘) การตีความรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๖๓ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๙) การแต่งตั้ง และการให้ผู้ตรวจเงินแผ่นดินของรัฐสภาพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๖๘ และมาตรา ๑๗๓ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๑๐) การตั้งคณะกรรมาธิการตามมาตรา ๑๗๒ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๑๑) การเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๘๕ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๑๒) การให้ความเห็นชอบในการประกาศใช้กฎอัยการศึกตามมาตรา ๑๙๓ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๑๓) การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงครามตามมาตรา ๑๙๔&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt; (๑๔) การให้ความเห็นชอบแก่หนังสือสัญญาและสนธิสัญญาตามมาตรา ๑๙๕ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๑๕) การแต่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๑๘&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt; (๑๖) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๒๘ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๖&lt;/span&gt; ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ให้ใช้ข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรโดยอนุโลม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๗&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕ มาตรา ๙๙ มาตรา ๑๖๓ วรรคสอง มาตรา ๑๗๒ วรรคสอง มาตรา ๑๙๔ วรรคสอง และมาตรา ๒๒๘ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้นำบทที่ใช้แก่สภาทั้งสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่เฉพาะการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ และวิสามัญ กรรมาธิการที่ตั้งจากผู้ที่เป็นสมาชิกของแต่ละสภาจะต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียง กับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกของแต่ละสภา &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-6819044421778543539?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/6819044421778543539/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=6819044421778543539' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6819044421778543539'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6819044421778543539'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-3118731102451962780</id><published>2009-04-09T01:35:00.000-07:00</published><updated>2009-04-09T01:43:49.766-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sd21OexJYUI/AAAAAAAAAMM/Kzupk6LKLHI/s1600-h/à¸£à¸±à¸à¸à¸£à¸£à¸¡à¸à¸¹à¸à¸à¸à¸±à¸à¸à¸µà¹+10.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5322609595003789634" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 130px; CURSOR: hand; HEIGHT: 96px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sd21OexJYUI/AAAAAAAAAMM/Kzupk6LKLHI/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+10.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#cccccc;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน 17&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๔๙&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๕๔ เมื่อวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;(๑) ถ้าเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๙๘ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;(๒) ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน และส่งร่างพระราชบัญญัตินั้น คืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;(๓) ถ้าแก้ไขเพิ่มเติม ก็ให้ส่งร่างพระราชบัญญัติตามที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นไปยังสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีเช่นว่านี้ ให้สภาทั้งสองต่างตั้งบุคคลที่เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้น แล้วให้คณะกรรมาธิการร่วมกันนั้น รายงานและเสนอร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้วต่อสภาทั้งสอง ถ้าสภาทั้งสองต่างเห็นชอบด้วยร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้วนั้น ก็ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๙๘ ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน คณะกรรมาธิการร่วมกัน ย่อมมีอำนาจเรียกเอกสารจากบุคคลใด ๆ หรือเรียกบุคคลใด ๆ มาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติได้ และเอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๕ นั้น ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทำหน้าที่ตามมาตรานี้ด้วย การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมกัน ต้องมีกรรมาธิการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม และให้นำข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนที่เกี่ยวกับกรรมาธิการมาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๐&lt;/span&gt; ร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ตามบทบัญญัติมาตรา ๑๔๙ นั้น สภาผู้แทนราษฎรจะยกขึ้นพิจารณาใหม่ ได้ต่อเมื่อเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันได้ล่วงพ้นไป นับแต่วันที่วุฒิสภาส่งร่างพระราชบัญญัตินั้น คืนไปยังสภาผู้แทนราษฎรในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างเดิมหรือร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาด้วยคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาแล้ว ก็ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา และให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๙๘ ถ้าร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน สภาผู้แทนราษฎรอาจยกร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นพิจารณาใหม่ได้ทันที ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างเดิมหรือร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาแล้ว ก็ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา และให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๙๘ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๑&lt;/span&gt; ในระหว่างที่มีการยับยั้งร่างพระราชบัญญัติใดตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๔๙ คณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกัน หรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้มิได้ ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอนั้น เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าคณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกัน หรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ ให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นตกไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๒ &lt;/span&gt;ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร บรรดาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ หรือที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้เป็นอันตกไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๓&lt;/span&gt; งบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินให้ทำเป็นพระราชบัญญัติ ถ้าพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลาง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๔&lt;/span&gt; ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาให้เสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้น ให้เสร็จภายในกำหนดเวลาที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้นและให้เสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภา ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้น วุฒิสภาจะต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นมาถึงวุฒิสภา ถ้าพ้นกำหนดนั้นให้ถือว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น ในกรณีเช่นนี้ และในกรณีที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๙๘ ถ้าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น วุฒิสภาไม่เห็นชอบด้วยให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๕๐ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๕&lt;/span&gt; การจ่ายเงินแผ่นดิน จะกระทำได้ก็เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนจะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีเช่นว่านี้ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายชดใช้ไว้ในพระราชบัญญัติดอนงบประมาณรายจ่าย หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๖&lt;/span&gt; วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๗&lt;/span&gt; ในที่ประชุมวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกทุกคนมีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้ แต่รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัย หรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๘&lt;/span&gt; สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอให้เปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในปัญหาอันเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ญัตติดังกล่าวในวรรคหนึ่งให้ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดเวลาสำหรับการเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันที่นายกรัฐมนตรีได้รับแจ้ง แต่คณะรัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ระงับการเปิดอภิปรายทั่วไปนั้นเสียได้ เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ในการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรานี้ สภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๕๙&lt;/span&gt; สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายตัวหรือทั้งคณะ เมื่อการเปิดอภิปรายทั่วไปสิ้นสุดลง โดยมิใช่ด้วยมติให้ผ่านระเบียบวาระเปิดอภิปรายนั้นไป ให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ การลงมติในกรณีเช่นว่านี้ มิให้กระทำในวันเดียวกับวันที่การอภิปรายสิ้นสุด มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา ในกรณีที่มติไม่ไว้วางใจมีคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายนั้นเป็นอันหมดสิทธิที่จะเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายตัวหรือทั้งคณะอีกตลอดสมัยประชุมนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๐&lt;/span&gt; การประชุมวุฒิสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมของแต่ละสภาแต่ถ้าหากคณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกของแต่ละสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของแต่ละสภา หรือของทั้งสองสภารวมกัน แล้วแต่กรณี ร้องขอให้ประชุมลับ ก็ให้ประชุมลับ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๑&lt;/span&gt; วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจเลือกสมาชิกของแต่ละสภาตั้งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกหรือมิได้เป็นสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาแล้วรายงานต่อสภา คณะกรรมาธิการที่กล่าวนี้ย่อมมีอำนาจเรียกเอกสารจากบุคคลใด ๆ หรือเรียกบุคคลใด ๆ มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในกิจการที่กระทำหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้ เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๕ นั้น ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทำหน้าที่ตามมาตรานี้ด้วย กรรมาธิการที่ตั้งจากผู้ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดต้องมีจำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมือง หรือกลุ่มพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างที่ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๖๔ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนดอัตราส่วนตามวรรคสาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๒&lt;/span&gt; การประชุมคณะกรรมาธิการ ต้องมีกรรมาธิการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๓&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๒๒๕ ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาที่จะต้องตีความรัฐธรรมนูญ ให้เป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะตีความและให้ถือว่าการตีความของรัฐสภาเป็นเด็ดขาด ในการตีความรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา จึงจะเป็นองค์ประชุม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๔&lt;/span&gt; วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับจรรยาบรรณของสมาชิก และข้อบังคับการประชุมเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภารองประธานสภาและกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเสนอญัตติ การปรึกษาการอภิปราย การลงมติ การตั้งกระทู้ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การยืนยันขอความไว้วางใจ การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-3118731102451962780?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/3118731102451962780/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=3118731102451962780' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/3118731102451962780'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/3118731102451962780'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/2517_09.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sd21OexJYUI/AAAAAAAAAMM/Kzupk6LKLHI/s72-c/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+10.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-1496972312323714461</id><published>2009-04-07T21:42:00.000-07:00</published><updated>2009-04-07T21:52:40.254-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญมีกี่ฉบับ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#c0c0c0;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอนที่ 16&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๓๘&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและปิดประชุม พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุม สมัยประชุมสามัญประจำปีสมัยแรกด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้า ฯ ให้รัชทายาทซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์มาทำรัฐพิธีก็ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๓๙&lt;/span&gt; เมื่อมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พระมหากษัตริย์จะทรงเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญก็ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๐&lt;/span&gt; สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองสภารวมกัน หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้ คำร้องขอดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นของสมาชิกทั้งสองสภาให้ยื่นต่อประธานรัฐสภา ถ้าเป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ประธานสภาผู้ได้รับคำร้องขอนำความกราบบังคมทูล และลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๑&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔๐ การเรียกประชุมการขยายเวลาประชุม และการปิดประชุมรัฐสภา ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๒&lt;/span&gt; ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับหรือคุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวน ในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือในกรณีที่จับในขณะกระทำความผิด ในกรณีที่มีการจับสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะกระทำความผิด ให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยด่วน และประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๓&lt;/span&gt; ในกรณีที่การฟ้องสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก แต่การพิจารณาคดีต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาเข้าประชุมสภา การพิจารณาที่ศาลได้กระทำไปก่อนมีคำอ้างว่าจำเลยเป็นสมาชิกของสภาใดสภาหนึ่งย่อมเป็นอันใช้ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๔&lt;/span&gt; ถ้าสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกคุมขัง ในระหว่างสอบสวน หรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาลแล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันที ถ้าหากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ คำสั่งปล่อยตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลบังคับตั้งแต่วันสั่งปล่อยจนถึงวันสุดท้ายแห่งสมัยประชุม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๕&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙๓ วรรคสี่ และมาตรา ๑๙๔ วรรคสาม ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ จะมีการประชุมวุฒิสภามิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๖&lt;/span&gt; ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิสภาผู้แทนราษฎร แต่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน หมายความถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อความต่อไปนี้ทั้งหมด หรือแต่ข้อใดข้อหนึ่ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๑) การตั้งขึ้นหรือยกเลิกหรือลดหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผ่อนหรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีหรืออากร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๒) การจัดสรร รับ รักษาหรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการโอนงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๓) การกู้เงิน หรือการค้ำประกัน หรือการใช้เงินกู้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๔) เงินตรา ในกรณีเป็นที่สงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่จะต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ให้เป็นอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้วินิจฉัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๗&lt;/span&gt; ร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔๘&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๕๔ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอตามมาตรา ๑๔๗ และลงมติเห็นชอบแล้ว ให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้น ต่อวุฒิสภา วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมานั้นให้เสร็จภายในหกสิบวัน แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จภายในสามสิบวัน ทั้งนี้ เว้นแต่สภาผู้แทนราษฎรจะได้ลงมติให้ขยายเวลาออกไปเป็นพิเศษ กำหนดวันดังกล่าวให้หมายถึงวันในสมัยประชุม และให้เริ่มนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นมาถึงวุฒิสภา ระยะเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ไม่ให้นับรวมระยะเวลาที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา ของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๕๑ ถ้าวุฒิสภาไม่ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้เสร็จภายในกำหนดเวลาที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ก็ให้ถือว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น ในการที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินไปยังวุฒิสภา ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปด้วยว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอไปนั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน คำแจ้งของประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ถือเป็นเด็ดขาด ในกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมิได้แจ้งไปว่าร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ให้ถือว่าร่างพระราบัญญัตินั้นมิใช่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-1496972312323714461?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/1496972312323714461/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=1496972312323714461' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1496972312323714461'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1496972312323714461'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/2517_07.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-8301440602269672368</id><published>2009-04-06T04:55:00.000-07:00</published><updated>2009-04-06T05:05:32.050-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SdnvehD2XRI/AAAAAAAAAME/7hgFPh4_ZX4/s1600-h/à¸›à¸£à¸°à¸˜à¸²à¸™à¸§à¸¸à¸’à¸´à¸ªà¸"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5321547742264581394" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 142px; CURSOR: hand; HEIGHT: 86px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SdnvehD2XRI/AAAAAAAAAME/7hgFPh4_ZX4/s200/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#c0c0c0;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน 15&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;ส่วนที่ ๔   บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๗&lt;/span&gt; สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๘&lt;/span&gt; ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ "ข้าพเจ้า ( ชื่อผู้ปฏิญาณ ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ตามความเห็นของข้าพเจ้าโดยบริสุทธิ์ใจ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ " &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๙&lt;/span&gt; วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรแต่ละสภา มีประธานสภาคนหนึ่ง และรองประธานสภาคนหนึ่ง ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ ตามมติของสภา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๐&lt;/span&gt; ประธานและรองประธานวุฒิสภาดำรงตำแหน่งจนถึงวันก่อนวันเลือกประธาน และรองประธานวุฒิสภาใหม่ ซึ่งจะต้องกระทำเมื่อถึงคราวที่สมาชิกออกจากตำแหน่งกึ่งหนึ่ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรดำรงตำแหน่งจนสิ้นอายุของสภา หรือมีการยุบสภา ประธาน และรองประธานวุฒิสภา และประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี เมื่อ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๑) ขากจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๒) ลาออกจากตำแหน่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๓) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือข้าราชการการเมืองอื่น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;๔) ต้องคำพิพากษาให้จำคุก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๑&lt;/span&gt; ประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของสภานั้น ๆ ให้เป็นไปตามระเบียบ รองประธานมีอำนาจหน้าที่ทำกิจการแทนประธานเมื่อประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๒&lt;/span&gt; เมื่อประธานและรองประธานวุฒิสภา หรือประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่ในที่ประชุมให้สมาชิกแห่งสภานั้น ๆ เลือกตั้งกันขึ้นเองเป็นประธานในคราวประชุมนั้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๓&lt;/span&gt; การประชุมวุฒิสภาก็ดี การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของแต่ละสภา จึงจะเป็นองค์ประชุม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๔&lt;/span&gt; การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษาให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกคนหนึ่ง ย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๕&lt;/span&gt; ในที่ประชุมวุฒิสภาก็ดี ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ดี สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใด ๆ ในทางแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใดมิได้ เอกสิทธิ์นี้ ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์ และผู้โฆษณารายงานการประชุมโดยคำสั่งของสภา และคุ้มครองไปถึงบุคคลซึ่งประธานในที่ประชุมอนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมด้วย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๖&lt;/span&gt; ภายในสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ในปีหนึ่งจะให้มีสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสมัยหนึ่ง หรือสภาสมัย แล้วแต่สภาผู้แทนราษฎรจะกำหนด วันประชุมครั้งแรกตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปี ส่วนวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีของรัฐสภาสมัยต่อ ๆ ไป ให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๗&lt;/span&gt; สมัยประชุมสามัญ ของรัฐสภาสมัยหนึ่ง ๆ ให้มีกำหนดเวลาเก้าสิบวัน แต่พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้า ฯ ให้ขยายเวลาออกไปก็ได้ การปิดสมัยประชุมสามัญก่อนครบกำหนดเวลาเก้าสิบวัน จะกระทำได้แต่โดยความเห็นชอบของรัฐสภา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-8301440602269672368?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/8301440602269672368/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=8301440602269672368' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8301440602269672368'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8301440602269672368'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/2517_06.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SdnvehD2XRI/AAAAAAAAAME/7hgFPh4_ZX4/s72-c/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-8717333839192597657</id><published>2009-04-03T22:20:00.000-07:00</published><updated>2009-04-03T22:26:44.132-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#c0c0c0;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน14&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๑๗&lt;/span&gt; บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๑) สัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทย และมีสัญชาติอื่นด้วยในขณะเดียวกันก็ดี &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;บุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติก็ดี ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วย &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย เว้นแต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่เกิดในต่างประเทศไม่ต้องมีคุณสมบัติดังกล่าว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๒) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งแต่พรรคเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๑๘&lt;/span&gt; บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๑) ติดยาเสพติดให้โทษ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๒) เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๓) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา ๑๑๖ (๑) (๒) (๓) หรือ (๕)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๔) ต้องคำพิพากษาของศาลใดศาลหนึ่งให้จำคุก และต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลในคดีนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๕) เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง&lt;br /&gt;เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๖) เป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ นอกจากข้าราชการการเมือง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๗) เป็นพนักงานของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๑๙&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๒๐&lt;/span&gt; อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๒๑&lt;/span&gt; เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๒๒&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ การยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายในเก้าสิบวัน และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร การยุบสภาผู้แทนราษฎรจะกระทำได้เพียงครั้งเดียวในเหตุการณ์เดียวกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๒๓&lt;/span&gt; สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเริ่มแต่วันเลือกตั้ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๒๔&lt;/span&gt; สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๑) ถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๓ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑๗ (๑) หรือ (๒) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๖) มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๘ (๑) (๒) (๓) หรือ (๖) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๗) ลาออกจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง หรือพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นั้นเป็นสมาชิกยุบเลิก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๘) ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองในกรณีที่ศาลมีคำสั่งยุบเลิกพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือพรรคการเมืองมีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิกและไม่อาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง หรือพรรคการเมืองมีมติแล้วแต่กรณี ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าขาดจากสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกำหนดหกสิบวันนั้น (๙) ขาดประชุมตลอดสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๑๐) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๒๕&lt;/span&gt; เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลง เพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวัน เว้นแต่อายุสภาผู้แทนราษฎรจะเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เข้ามาแทนนั้น เริ่มแต่วันเลือกตั้ง และอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;มาตรา ๑๒๖&lt;/span&gt; ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีได้รับความไว้วางใจ จากสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๑๘๔ แล้ว พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสมาชิสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และมีจำนวนมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อขาดคุณสมบัติดังกล่าวในวรรคหนึ่ง และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีเช่นนี้ พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่ตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-8717333839192597657?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/8717333839192597657/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=8717333839192597657' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8717333839192597657'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8717333839192597657'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/04/2517.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-4969275873427905086</id><published>2009-03-31T22:03:00.000-07:00</published><updated>2009-03-31T22:18:23.638-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517</title><content type='html'>รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอนที่ 13&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SdL3uogVwZI/AAAAAAAAAL8/0cxOnmhoI08/s1600-h/à¸™à¸´à¸•à¸´à¸šà¸±à¸à¸à¸¶à¸•à¸´.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5319586490397082002" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 122px; CURSOR: hand; HEIGHT: 69px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SdL3uogVwZI/AAAAAAAAAL8/0cxOnmhoI08/s200/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B6%E0%B8%95%E0%B8%B4.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#3366ff;"&gt;ส่วนที่ ๓สภาผู้แทนราษฎร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;_______________________&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๑๑&lt;/span&gt; สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งมีจำนวนไม่น้อยกว่า&lt;br /&gt;สองร้อยสี่สิบคน แต่ไม่เกินสามร้อยคน ทั้งนี้ ตามเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๒ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๑๒&lt;/span&gt; จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี ให้คำนวณตามเกณฑ์จำนวนราษฎรที่กำหนดไว้ ในกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนึ่ง อย่างน้อยให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคน ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้ง มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละสามคน ในกรณีที่จะแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดหนึ่ง ให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบสามคนทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตเลือกตั้งที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละสามคนเสียก่อน แต่เขตที่เหลือต้องไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ในกรณีที่จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คน ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขต เขตหนึ่งให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองคน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๑๓&lt;/span&gt; จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งเกินกว่าหนึ่งเขต ต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน&lt;br /&gt;และต้องจัดอัตราส่วนของจำนวนราษฎรกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ใน แต่ละเขตให้ใกล้เคียงกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๑๔&lt;/span&gt; การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ในเขตเลือกตั้งแต่ละเขต&lt;br /&gt;ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;ที่มีได้ในเขตเลือกตั้งนั้น&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๑๕&lt;/span&gt; บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๑) สัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่บุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด&lt;br /&gt;ไว้ในกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๒) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑ มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๑๖&lt;/span&gt; บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คือ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๑) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๒) หูหนวกและเป็นใบ้ ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๓) ภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๔) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#990000;"&gt;(๕) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยคำพิพากษา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-4969275873427905086?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/4969275873427905086/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=4969275873427905086' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/4969275873427905086'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/4969275873427905086'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_31.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SdL3uogVwZI/AAAAAAAAAL8/0cxOnmhoI08/s72-c/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B6%E0%B8%95%E0%B8%B4.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-6074943942841486541</id><published>2009-03-30T03:34:00.000-07:00</published><updated>2009-03-30T03:37:56.741-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญคือ'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#3366ff;"&gt;ส่วนที่ ๒วุฒิสภา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;__________&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt; มาตรา ๑๐๗&lt;/span&gt; วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนหนึ่งร้อยคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความชำนาญในวิชาการหรือกิจการต่าง ๆ อันจะยังประโยชน์ให้เกิดแก่การปกครองแผ่นดิน มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑๗ (๑) และมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ ทั้งไม่เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๑๖ และมาตรา ๑๑๘ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๐๘&lt;/span&gt; สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภามีกำหนดเวลาคราวละหกปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเฉพาะในวาระเริ่มแรก เมื่อครบกำหนดสามปี ให้สมาชิกออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งโดยวิธีจับสลาก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๐๙&lt;/span&gt; สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง เมื่อ (๑) ถึงคราวออกตามวาระ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๓ (๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑๗ (๑) (๖) มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๘ (๑) (๒) (๓) หรือ (๖) (๗) ขาดประชุมตลอดสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานวุฒิสภา (๘) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๑๐&lt;/span&gt; เมื่อตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามวาระ พระมหากษัตริย์จะได้ทรงเลือกและแต่งตั้งบุคคลผู้มีลักษณะต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๗ เข้ามาเป็นสมาชิกแทน สมาชิกซึ่งเข้ามาแทนนั้นย่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-6074943942841486541?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/6074943942841486541/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=6074943942841486541' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6074943942841486541'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6074943942841486541'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_30.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-422104415860833026</id><published>2009-03-28T01:42:00.000-07:00</published><updated>2009-03-28T01:48:18.625-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับ'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน 12&lt;/span&gt; &lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5318157670621483666" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 118px; CURSOR: hand; HEIGHT: 89px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sc3kOYDpkpI/AAAAAAAAAL0/cwcyiBJ9eaA/s200/%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หมวด ๖ รัฐสภา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;__________&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;ส่วนที่ ๑ บททั่วไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๙๕&lt;/span&gt; รัฐสภาประกอบด้วยวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภาจะประชุมร่วมกันหรือแยกกัน ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๙๖&lt;/span&gt; ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภามีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของรัฐสภาในกรณีประชุมร่วมกันให้เป็นไปตามระเบียบ และมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้ ในกรณีที่ประธานรัฐสภาไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานรัฐสภาทำหน้าที่แทน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๙๗&lt;/span&gt; ร่างพระราบัญญัติจะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๙๘&lt;/span&gt; ร่างพระราชบัญญัติซึ่งได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๙๙&lt;/span&gt; ร่างพระราชบัญญัติใดพระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย และพระราชทานคืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภาลงมติยืนยันตามเดิมด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานลงมาภายในสามสิบวัน ให้นายกรัฐมนตรีนำพระราชบัญญัตินั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐๐&lt;/span&gt; ประธานและรองประธานวุฒิสภา ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้รับเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐๑&lt;/span&gt; บุคคลจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะเดียวกันมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐๒&lt;/span&gt; สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ นอกจากข้าราชการเมืองมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐๓&lt;/span&gt; สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;(๑) ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หรือหน่วยงายของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ นอกจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือข้าราชการการเมืองอื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;(๒) ต้องไม่รับสัมปทานจากรัฐ หรือหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานนั้น หรือเป็นคู่สัญญากับรัฐ หรือหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ อันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม (&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;๓) ต้องไม่รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ จากหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากที่หน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจปฏิบัติกับบุคคลอื่น ๆ ในธุรกิจการงานตามปกติ บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญหรือเงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกันและมิให้ใช้บังคับในกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับหรือดำรงตำแหน่งกรรมาธิการของรัฐสภา หรือวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร หรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐๔&lt;/span&gt; สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องแสดงสินทรัพย์ และหนี้สินของตนต่อประธานรัฐสภาตามรายการ วิธีการและกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐๕&lt;/span&gt; สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของแต่ละสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่า สมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๙ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) หรือตามมาตรา ๑๒๔ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐) แล้วแต่กรณี และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้อง ส่งคำร้องนั้นไปยังคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องดังกล่าวในวรรคหนึ่ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๐๖&lt;/span&gt; การออกจากตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังวันที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลงก็ดี คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่า สมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลงก็ดี ย่อมไม่กระทบกระทั่งกิจการที่สมาชิกผู้นั้นได้กระทำไปในหน้าที่สมาชิกรวมทั้งการได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นก่อนที่สมาชิกผู้นั้นออกจากตำแหน่ง หรือก่อนที่ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-422104415860833026?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/422104415860833026/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=422104415860833026' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/422104415860833026'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/422104415860833026'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/10.html' title='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sc3kOYDpkpI/AAAAAAAAAL0/cwcyiBJ9eaA/s72-c/%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-8575735318108031401</id><published>2009-03-27T00:41:00.000-07:00</published><updated>2009-03-27T00:45:17.960-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มาตรา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="color:#cccccc;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน 11&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๘๖&lt;/span&gt; รัฐพึงวางนโยบายประชากรให้เหมาะสมกับทรัพยากรของชาติ ภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม และความเจริญในทางวิทยาการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมและเพื่อความมั่นคงของรัฐ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๘๗&lt;/span&gt; รัฐพึงสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติหรือในการช่วยเหลือราชการ หรือปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม หรือเนื่องจากภัยธรรมชาติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๘๘&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการสังคมสงเคราะห์ของรัฐและเอกชน เพื่อสวัสดิภาพและความผาสุกของประชาชน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๘๙&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ และได้รับค่าแรงตอบแทนตามควรแก่อัตภาพ และคุ้มครองแรงงานให้เป็นไปโดยเป็นธรรม และพึงจัดให้ผู้ทำงานรับจ้างมีความมั่นคงก้าวหน้าในการทำงาน และมีหลักประกันเมื่อเจ็บป่วยและชราภาพ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt; &lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๙๐&lt;/span&gt; รัฐพึงจัดให้บุคคลทุพพลภาพมีงานทำตามความสามารถและความเหมาะสม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt; &lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๙๑&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยโดยถูกสุขลักษณะ และพึงส่งเสริมกิจการเคหะสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๙๒&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมการสาธารณสุข ตลอดถึงการอนามัยครอบครัว และพึงคุ้มครองสุขภาพของบุคคล และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย รัฐพึงให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ยากไร้โดยไม่คิดมูลค่า การป้องกันและปราบปรามโรคติดต่ออันตราย รัฐจะต้องกระทำให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๙๓&lt;/span&gt; รัฐพึงบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด และพึงขจัดสิ่งเป็นพิษซึ่งทำลายสุขภาพและอนามัยของประชาชน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๙๔&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมและบำรุงกีฬา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-8575735318108031401?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/8575735318108031401/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=8575735318108031401' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8575735318108031401'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8575735318108031401'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_27.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-1171291448998327764</id><published>2009-03-25T06:12:00.000-07:00</published><updated>2009-03-25T06:52:41.641-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/ScowNB_oh0I/AAAAAAAAALs/YUT2UGpwZzw/s1600-h/à¸£à¸±à¸à¸˜à¸£à¸£à¸¡à¸™à¸¹à¸10.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5317115310496057154" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 88px; CURSOR: hand; HEIGHT: 126px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/ScowNB_oh0I/AAAAAAAAALs/YUT2UGpwZzw/s200/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D10.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๗๔&lt;/span&gt; รัฐพึงสนับสนุนการวิจัยในศิลปะและวิทยาการต่าง ๆ พึงส่งเสริมการสถิติ และพึงใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๗๕&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมของชาติ แต่ต้องไม่กระทำโดยวิธีการอันเป็นการบังคับฝืนใจบุคคล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๗๖&lt;/span&gt; รัฐพึงบำรุงรักษาสถานที่และวัตถุอันมีค่าในทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและศิลปกรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๗๗&lt;/span&gt; รัฐพึงบำรุงรักษาความสมดุลของสภาพแวดล้อม และความงามทางธรรมชาติ รวมทั้งป่าไม้ ต้นน้ำลำธารและน่านน้ำ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๗๘&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมการค้นหาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนชาวไทย โดยไม่ขัดกับหลักการอนุรักษกรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๗๙&lt;/span&gt; รัฐพึงดำเนินการให้ความเหลื่อมล้ำในฐานะของบุคคลในทางเศรษฐกิจ และสังคมลดน้อยลง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๘๐&lt;/span&gt; รัฐพึงจัดระบบการถือกรรมสิทธิ์และการครอบครองที่ดินเพื่อประโยชน์แห่งการส่งเสริมเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรม และพึงกำหนดพันธะให้เจ้าของที่ดินใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์ตามความเหมาะสมแก่สภาพของที่ดิน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๘๑&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ และสิทธิในที่ดิน เพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึง โดยการปฏิรูปที่ดินและวิธีการอื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๘๒&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมและบำรุงเกษตรกรรม รัฐพึงคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในด้านการผลิตและการจำหน่ายผลผลิต &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๘๓&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการสหกรณ์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๘๔&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๘๕&lt;/span&gt; รัฐพึงสนับสนุนให้เอกชนได้มีการริเริ่มในทางเศรษฐกิจ รัฐพึงประกอบกิจการอันมีลักษณะ เป็นสาธารณูปโภคในทางที่จะให้เป็นประโยชน์ แก่ประชาชนเป็นส่วนรวม การประกอบกิจการอันมีลักษณะเป็นสาธารณูปโภคโดยเอกชน จะกระทำได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐพึงวางมาตรการมิให้มีการผูกขาดตัดตอนในทางเศรษฐกิจโดยเอกชนที่มิได้อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ว่าการผูกขาดตัดตอนนั้นจะเป็นโดยทางตรงหรือทางอ้อม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-1171291448998327764?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/1171291448998327764/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=1171291448998327764' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1171291448998327764'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1171291448998327764'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_25.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/ScowNB_oh0I/AAAAAAAAALs/YUT2UGpwZzw/s72-c/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D10.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-9012572864463170732</id><published>2009-03-23T06:47:00.000-07:00</published><updated>2009-03-23T06:52:24.635-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน 9&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;หมวด ๕แนวนโยบายแห่งรัฐ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;___________________________ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๖๒&lt;/span&gt; บทบัญญัติในหมวดนี้มีไว้เพื่อเป็นแนวทาง สำหรับการตรากฎหมายและการกำหนดนโยบาย และไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการฟ้องร้องรัฐ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๖๓&lt;/span&gt; รัฐจะต้องรักษาไว้ซึ่งเอกราช และบูรณภาพแห่งอาณาเขต &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๖๔&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ และถือหลักเสมอภาคในการปฏิบัติต่อกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๖๕&lt;/span&gt; รัฐพึงร่วมมือกับนานาประเทศในการรักษาความยุติธรรมระหว่างประเทศ และผดุงสันติสุขของโลก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๖๖&lt;/span&gt; รัฐพึงจัดระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่นให้มีประสิทธิภาพ และพึงดำเนินการทุกทางเพื่อป้องกัน และปราบปรามการแสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๖๗&lt;/span&gt; รัฐพึงจัดระบบงานของกระบวนการยุติธรรมให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชน และมีหลักประกันความเป็นอิสระของศาล &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๖๘&lt;/span&gt; กำลังทหารพึงมีโดยเหมาะสมแก่ความจำเป็นสำหรับรักษาเอกราช ความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๖๙&lt;/span&gt; กำลังทหารเป็นของชาติ ไม่ขึ้นต่อเอกชน หรือคณะบุคคลใด ๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๗๐&lt;/span&gt; กำลังทหารพึงใช้เพื่อการรบหรือการสงคราม เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อการปราบปรามการกบฏและการจลาจล เพื่อการรักษาความมั่นคงของรัฐและเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ การใช้กำลังทหารเพื่อการอื่น ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๗๑&lt;/span&gt; รัฐจะต้องรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน และในการดำเนินชีวิตโดยปกติสุข &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๗๒&lt;/span&gt; รัฐพึงส่งเสริมและบำรุงการศึกษาอบรม การจัดระบบการศึกษาอบรมเป็นหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะ สถานศึกษาทั้งปวงย่อมอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐ การศึกษาอบรมชั้นอุดมศึกษา รัฐพึงจัดการให้สถานศึกษาดำเนินกิจการของตนเองได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติ สถานศึกษาของรัฐ และของท้องถิ่นพึงให้ความเสมอภาคแก่บุคคลในการเข้ารับการศึกษาอบรมตามความสามารถของบุคคลนั้น ๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff9966;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๗๓&lt;/span&gt; การศึกษาอบรมภาคบังคับในสถานศึกษาของรัฐ และของท้องถิ่น จะต้องจัดให้โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน รัฐพึงช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้ได้รับทุนและปัจจัยต่าง ๆ ในการศึกษาอบรมทุกระดับตามสมควร&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-9012572864463170732?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/9012572864463170732/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=9012572864463170732' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/9012572864463170732'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/9012572864463170732'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_23.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-2361228324150424042</id><published>2009-03-21T04:16:00.000-07:00</published><updated>2009-03-21T04:22:29.352-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="color:#999999;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน 8&lt;/span&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/ScTNUfP4_MI/AAAAAAAAALk/jMYZJI-c-II/s1600-h/à¸„à¸™.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5315599212073254082" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 127px; CURSOR: hand; HEIGHT: 85px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/ScTNUfP4_MI/AAAAAAAAALk/jMYZJI-c-II/s200/%E0%B8%84%E0%B8%99.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หมวด ๔หน้าที่ของชนชาวไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;____________________________ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๔&lt;/span&gt; บุคคลมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๕&lt;/span&gt; บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๖&lt;/span&gt; บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๗&lt;/span&gt; บุคคลมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๘&lt;/span&gt; ในการใช้สิทธิเลือกตั้ง และสิทธิออกเสียงประชามติ บุคคลมีหน้าที่ต้องกระทำโดยสุจริต &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๙&lt;/span&gt; บุคคลมีหน้าที่เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๖๐&lt;/span&gt; บุคคลมีหน้าที่ช่วยเหลือราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ffcc00;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๖๑&lt;/span&gt; บุคคลมีหน้าที่รับการศึกษาอบรม ภายในเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-2361228324150424042?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/2361228324150424042/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=2361228324150424042' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/2361228324150424042'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/2361228324150424042'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_21.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/ScTNUfP4_MI/AAAAAAAAALk/jMYZJI-c-II/s72-c/%E0%B8%84%E0%B8%99.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-3685973330633103230</id><published>2009-03-16T21:37:00.000-07:00</published><updated>2009-03-16T21:42:46.705-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#999999;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน 7&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๖&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางไปรษณีย์ หรือทางอื่นที่ชอบด้วยกฎหมาย การตรวจ การกักหรือการเปิดเผยจดหมาย โทรเลข โทรศัพท์ หรือสิ่งสื่อสารอื่นใดที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้งการกระทำด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการใช้การสื่อสารที่จัดไว้เป็นบริการสาธารณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๗&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทาง และเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักร การจำกัดเสรีภาพเช่นว่านี้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือการผังเมือง หรือเพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์ การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักรจะกระทำมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๘&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ การจำกัดเสรีภาพเช่นว่านี้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือเพื่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือการผังเมือง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๙&lt;/span&gt; สิทธิของบุคคลในครอบครัวย่อมได้รับความคุ้มครอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๐&lt;/span&gt; บุคคลคนเดียว หรือหลายคนร่วมกันย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ ภายในเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๑&lt;/span&gt; สิทธิของบุคคลที่จะฟ้องหน่วยราชการซึ่งเป็นนิติบุคคลให้รับผิดเพื่อการกระทำของเจ้าพนักงาน ย่อมได้รับความคุ้มครอง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๒&lt;/span&gt; บุคคลซึ่งเป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่น ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับประชาชนพลเมือง เว้นแต่ที่จำกัดในกฎหมายหรือกฎหรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจกฎหมาย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง สมรรถภาพหรือวินัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕๓&lt;/span&gt; บุคคลจะใช้สิทธิ และเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญให้เป็นปฏิปักษ์ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และรัฐธรรมนูญมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-3685973330633103230?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/3685973330633103230/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=3685973330633103230' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/3685973330633103230'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/3685973330633103230'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_16.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-2372346544427820057</id><published>2009-03-12T20:55:00.000-07:00</published><updated>2009-03-12T21:02:57.201-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#666666;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 ตอน6&lt;/span&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5312517522710383906" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 130px; CURSOR: hand; HEIGHT: 87px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbnaijwwzSI/AAAAAAAAALc/cfmewqlObX4/s200/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓๖&lt;/span&gt; บุคคลใดต้องรับโทษอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุด หากปรากฎตามคำพิพากษาของศาลที่รื้อฟื้นคดีขึ้น พิจารณาใหม่ในภายหลังว่า บุคคลนั้นมิได้เป็นผู้กระทำความผิด ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับค่าทดแทน และได้รับบรรดาสิทธิที่เสียไป เพราะผลแห่งคำพิพากษานั้นคืน ทั้งนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓๗&lt;/span&gt; การเกณฑ์แรงงาน จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาเป็นการฉุกเฉิน หรือโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งบัญญัติให้กระทำได้ในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะการรบหรือการสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓๘&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองในการที่จะอยู่อาศัยและ ครอบครองเคหสถานโดยปกติสุข การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครองก็ดี การตรวจค้นเคหสถานก็ดี จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓๙&lt;/span&gt; สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครอง ขอบเขตแห่งสิทธิและการจำกัดสิทธิเช่นว่านี้ ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การสืบมรดกย่อมได้รับความคุ้มครอง สิทธิของบุคคลในการสืบมรดกย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภค หรือการอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ หรือการได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพื่อการผังเมือง หรือเพื่อการพัฒนาการเกษตรหรือการอุตสาหกรรม หรือเพื่อการปฏิรูปที่ดิน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น และต้องชดใช้ค่าทำขวัญภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของตลอดจนผู้ทรงสิทธิ บรรดาที่ได้รับความเสียหายในการเวนคืนนั้น ทั้งนี้ตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย การกำหนดค่าทำขวัญตามวรรคสาม ให้คำนึงถึงการได้มาสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับเหตุ และวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๐&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการพูด การเขียน การพิมพ์และการโฆษณา การจำกัดเสรีภาพเช่นว่านี้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่น หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจ หรือสุขภาพของประชาชน การปิดโรงพิมพ์หรือห้ามทำการพิมพ์เพื่อบั่นรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำได้ เว้นแต่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ปิดโรงพิมพ์ หรือห้ามทำการพิมพ์ การให้เสนอเรื่องหรือข้อความในหนังสือพิมพ์ไปให้ เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนโฆษณา จะกระทำได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะการรบหรือการสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามความในวรรคสอง เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย ทั้งนี้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ การให้เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอุดหนุนหนังสือพิมพ์ของเอกชน รัฐหรือหน่วยราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ จะกระทำมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๑&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นมูลฐาน ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการศึกษาอบรม เมื่อไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ และไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๒&lt;/span&gt; เสรีภาพในวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมือง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๓&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพเช่นว่านี้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะการรบหรือการสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๔&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็น สมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ หรือหมู่คณะอื่น การจำกัดเสรีภาพเช่นว่านี้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันมิให้มีการผูกขาดตัดตอนในทางเศรษฐกิจ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔๕&lt;/span&gt; บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นพรรคการเมือง เพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ การจัดตั้งและการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องแสดงที่มาของรายได้และการใช้จ่ายโดยเปิดเผย&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-2372346544427820057?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/2372346544427820057/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=2372346544427820057' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/2372346544427820057'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/2372346544427820057'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_8748.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbnaijwwzSI/AAAAAAAAALc/cfmewqlObX4/s72-c/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-1869865965393517777</id><published>2009-03-12T01:54:00.000-07:00</published><updated>2009-03-12T02:00:10.294-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#33cc00;"&gt;&lt;strong&gt;หมวด ๓สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;___________________________________________ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๒๗&lt;/span&gt;  บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๒๘&lt;/span&gt;  บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การจำกัดสิทธิและเสรีภาพอันเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๒๙&lt;/span&gt;  บุคคลย่อมมีสิทธิทางการเมือง การใช้สิทธิเลือกตั้ง สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และสิทธิออกเสียงแสดงประชามติ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๓๐&lt;/span&gt;  บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนานิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตนเมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมือง และไม่เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอนดีของประชาชน ในการใช้เสรีภาพดังกล่าวในวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใด ๆ อันเป็นการรอนสิทธิ หรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๓๑&lt;/span&gt;  บุคคลจะไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่จะได้กระทำการอันกฎหมายซึ่งใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ซึ่งใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๓๒&lt;/span&gt;  ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหา หรือจำเลยไม่มีความผิด ก่อนที่จะมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ คำขอประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา จะต้องได้รับการพิจารณา และจะเรียกหลักประกันจนเกินควรแก่กรณีมิได้ การไม่ให้ประกันต้องอาศัยเหตุตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ โดยเฉพาะในกฎหมาย และจะต้องแจ้งเหตุที่ไม่ให้ประกันให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยทราบ สิทธิที่จะอุทธรณ์คัดค้านการไม่ให้ประกัน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย บุคคลผู้ถูกคุมขังหรือจำคุก      ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยี่ยมตามสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๓๓&lt;/span&gt;  บุคคลย่อมมีเสรีภาพในร่างกาย การจับกุมคุมขัง หรือตรวจค้นตัวบุคคลไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย      แต่ผู้ถูกจับกุมหรือถูกตรวจค้นจะต้องได้รับแจ้งข้อหาหรือเหตุและรายละเอียดตามสมควรในการที่ถูกจับกุม หรือถูกตรวจค้นโดยไม่ชักช้า   และผู้ถูกคุมขังย่อมมีสิทธิที่จะพบ    และปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัวได้ การแจ้งข้อหาแก่บุคคลใด ๆ จะต้องมีหลักฐานตามสมควร ว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำความผิดตามข้อหานั้น     ในกรณีที่มีการคุมขังตัวบุคคล ผู้ถูกคุมขังเองก็ดี พนักงานอัยการก็ดี      บุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขังก็ดี มีสิทธิร้องต่อศาลท้องที่ซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาว่าการคุมขังเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย      เมื่อมีคำร้องเช่นว่านี้ ให้ศาลดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวโดยด่วน    ถ้าเห็นว่าคำร้องนั้นมีมูล     ศาลมีอำนาจสั่งผู้คุมขังให้นำตัวผู้ถูกคุมขังมาศาลโดยพลัน และถ้าผู้คุมขังแสดงให้เป็นที่พอใจของศาลไม่ได้ว่าการคุมขังเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้ศาลสั่งปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังไปทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๓๔&lt;/span&gt;   ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี ด้วยความรวดเร็ว และเป็นธรรม ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้ยากไร้ไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะจัดหาทนายความสำหรับตนเองได้     บุคคลดังกล่าวย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;มาตรา ๓๕&lt;/span&gt; บุคคลมีสิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง อันอาจทำให้ตนถูกฟ้องคดีอาญา    ถ้อยคำของบุคคลซึ่งเกิดจากการถูกทรมาน ขู่เข็ญ หรือใช้กำลังบังคับหรือเกิดจากการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ถ้อยคำนั้นเป็นไปโดยไม่สมัครใจ ไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-1869865965393517777?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/1869865965393517777/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=1869865965393517777' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1869865965393517777'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1869865965393517777'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_12.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-1398965802190627605</id><published>2009-03-09T21:20:00.000-07:00</published><updated>2009-03-09T21:35:24.522-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbXtyHANQpI/AAAAAAAAALU/VFF9TfGoieA/s1600-h/à¸à¸©à¸±à¸•à¸£à¸´à¸¢à¹Œ.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311412780682527378" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 102px; CURSOR: hand; HEIGHT: 122px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbXtyHANQpI/AAAAAAAAALU/VFF9TfGoieA/s200/%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbXtH6x-HVI/AAAAAAAAALM/e1RricAi25w/s1600-h/king.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;&lt;strong&gt;หมวด ๒ พระมหากษัตริย์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๗&lt;/span&gt; องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๘&lt;/span&gt; ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๙&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๐&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๑&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๒&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๓&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๔&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์ และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๕&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินกว่าสิบสี่คน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๖&lt;/span&gt; การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีก็ดี การให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งก็ดี ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี หรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น หรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๗&lt;/span&gt; องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๘&lt;/span&gt; ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ "ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๑๙&lt;/span&gt; องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออกหรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๒๐&lt;/span&gt; การแต่งตั้ง และการให้ข้าราชการในพระองค์ และสมุหราชองครักษ์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย มาตรา ๒๑ ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งด้วยความเห็นชอบของรัฐสภาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๒๒&lt;/span&gt; ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตาม &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;มาตรา ๒๑ ก็ดี ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่นใดก็ดี ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งที่สมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๒๓&lt;/span&gt; ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ ห้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปพลางก่อน ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๒๑ หรือ ๒๒ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ชั่วคราว ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์ตามวรรคหนึ่งก็ดี ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสองก็ดี ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีชั่วคราว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๒๔&lt;/span&gt; ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภา ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ "ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย) และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๒๕&lt;/span&gt; การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ และประกอบด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา หากไม่มีพระราชโอรส รัฐสภาอาจให้ความเห็นชอบในการให้พระราชธิดาสืบราชสันตติวงศ์ก็ได้ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ให้กระทำได้โดยวิธีการอย่างเดียวกันกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;span style="color:#33ff33;"&gt;มาตรา ๒๖&lt;/span&gt; ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลง ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศเพื่อให้ประชาชนทราบ ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไว้ตามมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ หรือระหว่างเวลาที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง ก็ให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้น ๆ แล้วแต่กรณี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไป ทั้งนี้จนกว่าจะได้ประกาศองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้ และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไปตามวรรคสอง ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ชั่วคราว ในกรณีที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง หรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ชั่วคราวตามวรรคสาม ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๓ วรรคสาม มาใช้บังคับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cc9933;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-1398965802190627605?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/1398965802190627605/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=1398965802190627605' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1398965802190627605'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/1398965802190627605'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_09.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbXtyHANQpI/AAAAAAAAALU/VFF9TfGoieA/s72-c/%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-9132372879196980867</id><published>2009-03-08T21:20:00.000-07:00</published><updated>2009-03-08T21:25:21.762-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#cccccc;"&gt;&lt;strong&gt;รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 10&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;หมวด ๑ บททั่วไป&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;_________________&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑&lt;/span&gt; ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๒&lt;/span&gt; ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๓&lt;/span&gt; อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้เป็น&lt;br /&gt;ประมุขทรงใช้อำนาจนั้นแต่โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๔&lt;/span&gt; การนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการล้มล้างสถาบัน พระมหากษัตริย์หรือรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๕&lt;/span&gt; ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิดหรือศาสนาใดย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#339999;"&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๖&lt;/span&gt; บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-9132372879196980867?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/9132372879196980867/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=9132372879196980867' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/9132372879196980867'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/9132372879196980867'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_3933.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-8928687827573632708</id><published>2009-03-08T21:11:00.000-07:00</published><updated>2009-03-08T21:20:30.259-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(พ.ศ. ๒๕๑๗) ฉบับที่ 10&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย____________สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสยามินทราธิราช&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;บรมนาถบพิตรตราไว้ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๗เป็นปีที่ ๒๙ ในรัชกาลปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000099;"&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาลเป็นอดีตภาค ๒๕๑๗ พรรษา ปัจจุบันสมัย จันทรคตินิยม พยัคฆสมพัตสร อัสสยุชมาส กาฬปักษ์ ฉัฏฐมีดิถี สุริยคติกาล ตุลาคมมาส สัตตมสุรทิน จันทรวาร โดยกาลบริเฉท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&lt;br /&gt;ให้ประกาศว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้นำความกราบบังคมทูลว่า ตามที่สมเด็จพระบรมปิตุลาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;br /&gt;ณ วันที่ ๑๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ นั้น เป็นการสถาปนาการปกครองระบอบประชาธิปไตย ขึ้นในประเทศไทยเป็นเบื้องต้น ด้วยพระราชประณิธานอันแน่วแน่ในอันที่จะพระราชทานพระราชอำนาจในการปกครองแผ่นดินให้แก่ประชาชนชาวไทยทั้งมวล มิใช่แก่บุคคลคณะใด หรือฝ่ายใดโดยเฉพาะ ทั้งนี้ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งประเทศและทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยอันเป็นของปวงชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นับแต่วาระนั้นมาเป็นเวลาสี่สิบปีเศษ เหตุการณ์บ้านเมืองได้ผันแปรไปเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือประกาศใช้รัฐธรรมนูญขึ้นใหม่หลายครั้งหลายคราว และในบางครั้งก็จำเป็นต้องใช้ธรรมนูญการปกครองประเทศเป็นการชั่วคราวเพื่อรอเวลาที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรให้เสร็จ ทำให้การบริหารประเทศในขณะนั้นมิได้เป็นไปตาม&lt;br /&gt;ครรลองแห่งระบอบประชาธิปไตยตามควร อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาล่วงมาประชาชนได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น มีความรู้และความคิดอ่านทางการเมืองดีขึ้น จึงมีความตื่นตัวและปรารถนาที่จะมีส่วนมีเสียงในการปกครองประเทศด้วยตนเองขึ้นเป็น&lt;br /&gt;ลำดับ ทั้งประชาชนก็มีความไม่พึงพอใจในการบริหารราชการแผ่นดินอยู่ด้วย จึงในวันที่ ๑๓ และ ๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ ได้มีการเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด นักเรียน นิสิตนักศึกษา ประชาชน และหนังสือพิมพ์ได้มีส่วนสำคัญในการแสดง&lt;br /&gt;ประชามติอันแรงกล้าในเรื่องนี้ และในการแสดงประชามติครั้งนั้นได้มีผู้คนเสียชีวิตและเลือดเนื้อไปเป็นจำนวนมิใช่น้อย และนับว่าเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ อันเป็นผลทำให้คณะรัฐบาลในยุคนั้นจำต้องกราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง และมี&lt;br /&gt;การแต่งตั้งคณะรัฐบาลใหม่ขึ้นแทน &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;เพื่ออนุวัตตามความปรารถนาของมหาชนในครั้งนั้น คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เมื่อร่างเสร็จ คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วก็ได้นำร่างรัฐธรรมนูญนั้นเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งขึ้นจากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อคณะกรรมาธิการคณะนี้พิจารณาแล้ว ก็ได้เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งก็ดี คณะรัฐมนตรีเองก็ดี คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ดี สภานิติบัญญัติแห่งชาติเองก็ดี ได้สดับตรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนตลอดมา เพื่อที่จะให้รัฐ-ธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนารมณ์สมดั่งความปรารถนาของประชาชน เจตนารมณ์ของบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ แสดงออกให้ปรากฎซึ่งประณิธานร่วมกันของปวงชนชาวไทยว่า จักรักษาไว้ซึ่งเอกราชแห่งชาติไทยในทุกทาง จักคุ้มครองศาสนาทุกศาสนาให้สถาพร จักเทอดทูนพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและมิ่งขวัญของประเทศชาติ จั กยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย จักตรากฎหมายขึ้นใช้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม จักใช้มาตรการทั้งปวงในอันที่จะขจัดความเหลื่อมล้ำ ในฐานะของบุคคลทั้งในทางเศรษฐกิจ และสังคมให้ลดน้อยลงเป็นลำดับ จักร่วมกันบำบัดทุกข์บำรุงสุขและจักพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพของราษฎร โดยทั่วหน้าและอย่างเสมอภาค และจักธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม เพื่อให้ราษฎรได้รับความยุติธรรมอย่างทั่วถึง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;อนึ่ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีความเห็นว่า การที่จะปกครองประเทศให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี้ ได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อประชาชนทั้งมวลมีความเชื่อมั่นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยนี้เป็นระบอบการปกครองที่ดีและเหมาะสม สำหรับประเทศเราในอันที่จะยังให้เกิดความผาสุกแก่ปวงชนโดยทั่วกัน เพราะเหตุนี้ปวงชนจึงต้องร่วมกันมีส่วนมีเสียงในการปกครองประเทศ โดยเคารพต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี้อย่างเคร่งครัด และต้องพร้อมที่จะเสียสละประโยชน์สุขส่วนตน เพื่อประโยชน์สุขอันร่วมกัน ทั้งเมื่อถึงวาระจำเป็น จักต้องพร้อมที่จะอุทิศแม้ชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยนี้ เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบแล้ว ได้มีมติเห็นชอบและได้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสืบไป &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#00cccc;"&gt;เมื่อได้ทรงมีพระราชวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญโดยถี่ถ้วนทั่วกระบวนความแล้ว ทรงมีพระราชดำริเห็นสมควรพระราชทานพระบรมราชานุมัติตามคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ขึ้นไว้ ให้ใช้แทนธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๑๕ซึ่งได้ตราไว้ ณ วันที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ นั้น ตั้งแต่วันประกาศนี้เป็นต้นไป &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#00cccc;"&gt;ขอปวงชนชาวไทยจงร่วมจิตร่วมใจสมัครสโมสรเป็นเอกฉันท์ในอันที่จะพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อดำรงคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยในรัฐสีมาอาณาจักร และนำมาซึ่งความผาสุกสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคลอเนกศุภผลเกียรติยศสถาพร แก่อาณาประชาราษฎรของพระองค์สมดั่งพระบรมราชประสงค์จงทุกประการ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-8928687827573632708?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/8928687827573632708/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=8928687827573632708' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8928687827573632708'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8928687827573632708'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517_08.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-7068757942244528311</id><published>2009-03-08T01:32:00.000-08:00</published><updated>2009-03-08T01:47:23.879-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbOTUU7wEoI/AAAAAAAAALE/lpsQewEsgDg/s1600-h/images.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5310750363025937026" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 114px; CURSOR: hand; HEIGHT: 117px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbOTUU7wEoI/AAAAAAAAALE/lpsQewEsgDg/s200/images.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000099;"&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 10 พุทธศักราช 2517 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000099;"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000099;"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;บทความทั่วไป&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000099;"&gt;&lt;br /&gt;เป็นรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด เพราะว่ามีบทบัญญัติที่เปลี่ยนแปลงไปในทางก้าวหน้าและเป็นแบบเสรีนิยมมากขึ้นในหลายเรื่องด้วยกัน เริ่มต้น ในหมวด 1 บททั่วไป ได้มีบทบัญญัติห้ามมิให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือ รัฐธรรมนูญ และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ได้บัญญัติขึ้นเป็นครั้งแรกว่า ในการสืบราชสันตติวงศ์นั้น ในกรณีที่ไม่มีพระราชโอรส รัฐสภาอาจให้ความเห็นชอบในการให้พระราชธิดาสืบราชสันตติวงศ์ได้ นอกจากนั้น ยังได้มีบทบัญญัติอันเป็นการเพิ่มหลักประกันในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และประโยชน์ของประชาชนไว้มากกว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านๆ มาก่อนหน้านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดจนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ถูกร่างขึ้นภายหลังเกิดเหตุการณ์ วันมหาวิปโยค ซึ่งรู้จักกันในนามสั้นๆ ว่า 14 ตุลา อีกด้วย อันสืบเนื่องมาจากการที่มีกลุ่มบุคคลไม่พอใจที่รัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจร ใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นานเกินไป ทั้งๆ ที่เคยร่างรัฐธรรมนูญมาครั้งหนึ่งแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าว ประกอบด้วยผู้นำนิสิต นักศึกษา และปัญญาชนทั่วไป เริ่มรณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว ปรากฏว่า รัฐบาลกลับตอบโต้ต่อการเรียกร้องดังกล่าว โดยการจับกุมกลุ่มผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ จำนวน 13 คน ตั้งข้อหาว่าเป็นการทำลายความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ รวมทั้งใช้อำนาจตามมาตรา 17 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 9 ควบคุมผู้ต้องหาดังกล่าวในระหว่างการสอบสวนโดยไม่มีกำหนด สิ่งเหล่านี้ ทำให้ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ต้องออกมาเคลื่อนไหวให้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมด โดยไม่มีเงื่อนไข และขอให้รัฐบาลประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 1 ปีด้วย แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน จึงได้เดินทางมาชุมชนกัน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวนเรือนแสน&lt;br /&gt;วันที่ 13 ตุลาคม 2516 ในตอนบ่ายๆ ฝูงชนก็ได้เดินขบวนออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผ่านถนนราชดำเนินไปชุมนุมอยู่ที่บริเวณพระบรมรูปทรงม้า จนกระทั่ง ช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 ตุลาคม 2516 กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่ง ก็เกิดไปปะทะกับกองกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรุนแรงที่ข้างพระตำหนักจิตรลดา เหตุการณ์ลุกลามใหญ่โต จนในที่สุด ก็นำไปสู่การจราจลครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย โดยมีผู้เสียชีวิตนับร้อย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่สถานที่ราชการต่างๆ อันเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจเผด็จการ ก็ได้ถูกประชาชนเผาทำลายไปหลายแห่งด้วยเช่นกัน เหตุการณ์ วันมหาวิปโยค ในที่สุด จอมพลถนอม ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับคณะทรราชย์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นาย สัญญา ธรรมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยพระองค์เอง เพื่อบริหารประเทศชาติในยามคับขัน หลังจากนั้น นายสัญญา จึงได้ประกาศให้สัญญากับประชาชนว่า จะเร่งร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน และจะจัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในประเทศโดยเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐบาลของท่านอาจารย์สัญญา ได้แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการจำนวน 18 คน โดยคณะกรรมการชุดนี้ ได้นำเอารัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2492 มาเป็นแนวทางในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมทั้งได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวาง ผลคือว่า คณะกรรมการใช้เวลายกร่างรัฐธรรมนูญนี้ จนแล้วเสร็จได้ ภายใน 3 เดือน และจึงนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาปรับปรุงแก้ไข แต่คณะรัฐมนตรีก็แก้ไขเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2517 จำนวน 238 มาตรา นายสัญญา ธรรมศักดิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติม 1 ครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2518 ในเรื่องการรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งวุฒิสมาชิก จากเดิมให้ประธานองคมนตรี เป็นผู้รับสนองฯ เปลี่ยนมาเป็นนายกรัฐมนตรีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการแก้ไขเพิ่มเติมเพียงครั้งเดียว และมีระยะเวลาการใช้เพียง 2 ปี ก็ถูก "ฉีกทิ้ง" โดยประกาศของ "คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน" ซึ่งมี พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะฯ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ขอขอบคุณข้อมูลจาก&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#000099;"&gt;http;//:e-learning.mfu.ac.th&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-7068757942244528311?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/7068757942244528311/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=7068757942244528311' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/7068757942244528311'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/7068757942244528311'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2517.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SbOTUU7wEoI/AAAAAAAAALE/lpsQewEsgDg/s72-c/images.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-6766571666721452372</id><published>2009-03-06T01:28:00.000-08:00</published><updated>2009-03-06T01:31:39.543-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9'/><title type='text'>ธรรมนูญฉบับที่ 9 พ.ศ.2515</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;  &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่  9  ประกาศใช้บังคับเมื่อวันที่  15  ธันวาคม  2515&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;            ภายหลังจากคณะปฏิวัติซึ่งมีจอมพล  ถนอม  กิตติขจร  ได้ทำการยึดอำนาจปกครอง แผ่นดินเป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่  17   พฤศจิกายน  พ.ศ. 2514  ธรรมนูญการปกครอง นี้มีบทบัญญัติรวมทั้งสิ้น  23  มาตรา ธรรมนูญการปกครองฉบับนี้เหมือนกับธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.  2502  ทั้งชื่อ  หลักการและแนวทางในการปฏิบัติกล่าวคือ  สภานิติมีสมาชิกมา จากการแต่งตั้งทั้งหมด     ข้าราชการประจำมีสิทธิเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ทั้ง ในคณะรัฐมนตรีและในสภานิติได้ในขณะเดียวกัน  การให้อำนาจพิเศษตามมาตรา 17   แก่นายกรัฐมนตรีมีขอบข่ายในการใช้บังคับกับการกระทำต่าง ๆ  กว้างขวางขึ้น โดยถือว่าการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจ ของประเทศ  หรือก่อกวนหรือ คุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน  หรือทำลายทรัพยากร ของประเทศ  หรือบั่นทอนอนามัยของประชาชนเป็นการกระทำที่ผิดร้ายแรงเท่ากัน การกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ  นอกจากนั้นยังบัญญัติให้ใช้ มาตรานี้ย้อนหลังกับการกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนใช้บังคับรัฐธรรมนูญนี้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;ความแตกต่างในเรื่องอื่น ๆ  ได้แก่การที่บัญญัติให้สภานิติบัญญัติทำหน้าที่ในการพิจารณาออกกฎหมาย  และอนุมัติร่างรัฐธรรมนูญที่คณะรัฐมนตรีจะ เสนอมาให้พิจารณาเท่านั้น  นอกจากนั้นสมาชิกสภานิติบัญญัติมีสิทธิที่จะตั้งกระทู้ ถามรัฐมนตรีในเรื่องอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้ ซึ่งต่างกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรม นูญตามธรรมนูญการปกครอง   2502  ซึ่งไม่มีสิทธิประการนี้  รายละเอียดต่างๆจะนำมาเสนอให้อ่านในบทต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6600;"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-6766571666721452372?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/6766571666721452372/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=6766571666721452372' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6766571666721452372'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6766571666721452372'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/9-2515.html' title='ธรรมนูญฉบับที่ 9 พ.ศ.2515'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-164784002411913653</id><published>2009-03-04T01:17:00.001-08:00</published><updated>2009-03-04T01:30:13.898-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sa5J8KWXOCI/AAAAAAAAAK8/lUmn0iEBF-U/s1600-h/à¸£à¸±à¸à¸˜à¸£à¸£à¸¡à¸™à¸¹à¸à¸‰à¸šà¸±à¸šà¸—à¸µà¹ˆ8.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5309262308635523106" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 123px; CURSOR: hand; HEIGHT: 78px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sa5J8KWXOCI/AAAAAAAAAK8/lUmn0iEBF-U/s320/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%888.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#cccccc;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 20&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;strong&gt;บทเฉพาะกาล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000099;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๗&lt;/span&gt; ภายในสิบห้าวันนับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้ พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนหนึ่งร้อย ยี่สิบคน เมื่อได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนแล้ว ให้เพิ่ม หรือลดจำนวนสมาชิกวุฒิสภาให้มีจำนวนเท่าที่กำหนดใน มาตรา ๗๘ การเพิ่มหรือลดจำนวนสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคหนึ่ง ให้ กระทำให้เสร็จก่อนวันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก ในกรณีเพิ่ม พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งเพิ่ม ในกรณีลด ให้สมาชิก วุฒิสภาพ้นจากสมาชิกภาพเท่าจำนวนที่ลด โดยวิธีจับสลาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๘&lt;/span&gt; ในวาระเริ่มแรกก่อนเปิดประชุมรัฐสภาครั้ง แรกภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนตามมาตรา ๑๘๐ ให้ วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๙&lt;/span&gt; การเรียกประชุมวุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาตาม มาตรา ๑๗๘ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ภายในสิบห้าวันนับแต่วันแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๐&lt;/span&gt; ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนตาม เกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๓ ให้เสร็จสิ้นภายในสองร้อยสี่สิบวัน นับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๑&lt;/span&gt; ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ใน วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือคณะรัฐมนตรีใหม่หากจะมีขึ้น ภายหลัง เป็นคณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินตาม รัฐธรรมนูญนี้ เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนเข้ารับหน้าที่แล้ว ให้คณะรัฐมนตรี ตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔๓ วรรคสอง มาใช้บังคับอนุโลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๒&lt;/span&gt; ในระหว่างวุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาตามมาตรา ๑๗๘ ให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุธรณ์ อธิบดีกรมอัยการ และบุคคลอื่นอีกสามคนซึ่งวุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาตามมาตรา ๑๗๘ แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในทางกฎหมาย ภายในสามสิบวัน นับแต่วันเปิดประชุมรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๘๓&lt;/span&gt; บรรดาคำสั่งซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการโดย อ้างมาตรา ๑๗ แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร ให้คง มีผลใช้บังคับต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ผู้รับสนองพระบรมราชโองการนายทวี บุณยเกตุประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;เล่ม ๘๕ ตอนพิเศษ ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มิถุนายน ๒๕๑๑ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-164784002411913653?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/164784002411913653/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=164784002411913653' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/164784002411913653'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/164784002411913653'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2511_4689.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/Sa5J8KWXOCI/AAAAAAAAAK8/lUmn0iEBF-U/s72-c/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%888.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-5867488579372797480</id><published>2009-03-04T01:13:00.000-08:00</published><updated>2009-03-04T01:17:31.856-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;span style="font-size:85%;color:#cccccc;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน19&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#ff6666;"&gt;&lt;strong&gt;หมวด ๑๐ บทสุดท้าย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#3333ff;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๓&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๕ ถ้ามีปัญหาการตีความรัฐธรรมนูญอันอยู่ในวงงานของวุฒิสภา สภาผู้แทนหรือที่ ประชุมรัฐสภา ให้เป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะตีความ และให้ถือ ว่าการตีความรัฐสภาเป็นเด็ดขาด ในการตีความรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสมาชิกประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา จึงจะ เป็นองค์ประชุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๔&lt;/span&gt; บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีข้อความแย้งหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญนี้บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๕&lt;/span&gt; ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมาย บังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้อง ด้วยบทบัญญัติมาตรา ๑๗๔ ก็ให้ศาลรอการพิจารณาพิพากษาคดี ไว้ชั่วคราว แล้วส่งความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการ เพื่อคณะ ตุลาการรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัย คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญให้ถือเป็นเด็ดขาด และให้ใช้ได้ในคดีทั้งปวง แต่ไม่กระทบกระทั่งคำพิพากษาของ ศาลอันถึงที่สุดแล้ว คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๖&lt;/span&gt; ในยามที่มีสถานะสงครามหรือในภาวะคับขัน ถึงขนาดอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และ การใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภาตามปรกติอาจขัดข้องหรือไม่ เหมาะสมกับสถานการณ์ เมื่อคณะรัฐมนตรีเสนอ รัฐสภาจะมี มติให้พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางคณะรัฐมนตรี โดยประกาศพระบรมราชโองการให้ใช้บังคับดังเช่นพระราช บัญญัติก็ได้ มติดังกล่าวรัฐสภาจะมีมติเลิกเสียเมื่อใดก็ได้ หากสถานะสงครามหรือภาวะคับขันดังกล่าวในวรรคหนึ่ง เกิดขึ้นหรือมีอยู่ในระหว่างสภาผู้แทนถูกยุบก็ดี หรือไม่สามารถ จะเรียกประชุมรัฐสภาได้ทันท่วงทีก็ดี พระมหากษัตริย์ทรงใช้ อำนาจนิติบัญญัติทางคณะรัฐมนตรีได้ โดยประกาศพระบรม ราชโองการให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-5867488579372797480?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/5867488579372797480/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=5867488579372797480' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/5867488579372797480'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/5867488579372797480'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2511_8331.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-6387287667754067870</id><published>2009-03-04T01:08:00.000-08:00</published><updated>2009-03-04T01:13:41.768-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#999999;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 18&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff6666;"&gt;หมวด ๑๐ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๙&lt;/span&gt; การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะกระทำได้ก็ แต่โดยหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือ จากสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนทั้งสองสภารวมกัน หรือจากสมาชิกของแต่ละสภา ไม่ต่ำกว่าหนึ่งในห้าของจำนวน สมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา&lt;br /&gt;(๒) ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม และให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;(๓) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติม นั้นไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้ง สองสภา&lt;br /&gt;(๔) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณา เรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ&lt;br /&gt;(๕) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้วให้รอไว้ สิบห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สาม ต่อไป&lt;br /&gt;(๖) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้ เป็นรัฐธรรมนูญไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ของทั้งสองสภา&lt;br /&gt;(๗) เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวข้างบนนี้แล้ว ให้ นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูนเกล้าฯ ถวาย และให้นำ บทบัญญัติมาตรา ๗๔ และมาตรา ๗๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๐&lt;/span&gt; ถ้าพระมหากษัตริย์ทรงพระราชดำริเห็นว่า ร่าง รัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูนเกล้า ฯ ถวายตามมาตรา ๑๖๙ กระทบถึง ประโยชน์ได้เสียสำคัญของประเทศหรือประชาชน และทรง พระราชดำริเห็นสมควรให้ประชาชนได้วินิจฉัย พระมหากษัตริย์ ย่อมทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้ประชาชนทั่วประเทศ ออกเสียงเป็นประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วยร่าง รัฐธรรมนูญนั้น ในการให้ประชาชนออกเสียงเป็นประชาชาติ จะได้มีประกาศ พระบรมราชโองการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่นำร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นทูนเกล้า ฯ ถวาย และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับ สนองพระบรมราชโองการ เมื่อมีประกาศพระบรมราชโองการตามวรรคสอง ให้ตรา พระราชกฤษฎีกากำหนดวันให้ประชาชนออกเสียงเป็นประชามติ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศพระบรมราชโองการ และวัน ออกเสียงประชามติต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ในเมื่อพระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจตามมาตรานี้ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๖๙ ( ๗ ) มาใช้บังคับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๑&lt;/span&gt; บุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนย่อม มีสิทธิออกเสียงประชามติ หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ ให้เป็นไปตาม กฎหมายว่าด้วยการนั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๗๒&lt;/span&gt; ในการให้ประชาชนออกเสียงตามมาตรา ๑๗๐ ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้ามีประชามติเห็นชอบด้วย ร่างรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์จะได้ทรงลงพระปรมาภิไธย ภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลประชามติ และเมื่อได้ ประกาศรัฐธรรมนูญนั้นในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ ถ้ามีประชามติไม่เห็นด้วยร่างรัฐธรรมนูญ ให้ร่างรัฐธรรมนูญ นั้นตกไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-6387287667754067870?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/6387287667754067870/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=6387287667754067870' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6387287667754067870'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/6387287667754067870'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2511_04.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-991231541077201289</id><published>2009-03-02T20:08:00.000-08:00</published><updated>2009-03-02T20:11:43.075-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#000000;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 17&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000000;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;หมวด ๙ตุลาการรัฐธรรมนูญ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;   มาตรา ๑๖๔&lt;/span&gt; คณะตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธาน วุฒิสภา ประธานสภาผู้แทน ประธานศาลฎีกา อธิบดี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ อธิบดีกรมอัยการ และบุคคลอื่นอีกสี่คน ซึ่งรัฐสภาแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในทางกฎหมาย             ประธานวุฒิสภาเป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ           &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๕&lt;/span&gt; คณะตุลาการรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ตามที่บัญญัติ ในรัฐธรรมนูญนี้ วิธีการพิจารณาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตาม กฎหมายว่าด้วยการนั้น            &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000000;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๖&lt;/span&gt; ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ให้รัฐสภาแต่ง ตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญจากผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันเปิดสมัยประชุมรัฐสภาครั้งแรก             กำหนดวันดังกล่าวในวรรคหนึ่งให้หมายถึงวันในสมัยประชุม             ในการแต่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง รัฐสภาจะ แต่งตั้งผู้ที่พ้นจากตำแหน่งให้เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญใหม่อีกได้            &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000000;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๖๗&lt;/span&gt; ตุลาการรัฐธรรมนูญซึ่งรัฐสภาแต่งตั้งพ้นจาก ตำแหน่ง เมื่อ         &lt;br /&gt;   (๑) เปิดสมัยประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังจากการเลือกตั้ง ทั่วไป            &lt;br /&gt;(๒) ตาย         &lt;br /&gt;   (๓) ลาออก        &lt;br /&gt;    (๔) ขาดคุณสมบัติสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนตามมาตรา ๘๘ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๘๖ (๑) (๒) (๓) หรือ (๕) หรือมาตรา ๘๙ (๑) (๒) หรือ (๓)     &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      &lt;span style="color:#ff6666;"&gt; มาตรา ๑๖๘&lt;/span&gt; ถ้าตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญซึ่งรัฐสภา แต่งตั้งว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามาตรา ๑๖๗ (๑) ให้รัฐสภาแต่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญเข้ามาแทน ภายในสามสิบวัน             กำหนดวันดังกล่าวในวรรคหนึ่งให้หมายถึงวันในสมัย ประชุม &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-991231541077201289?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/991231541077201289/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=991231541077201289' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/991231541077201289'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/991231541077201289'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2511_02.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-7146724745860519336</id><published>2009-03-01T19:10:00.000-08:00</published><updated>2009-03-01T19:16:49.222-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SatPI1L5PII/AAAAAAAAAK0/yljCvBvhKSA/s1600-h/à¸•à¸¸à¸¥à¸²à¸à¸²à¸£.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5308423598920776834" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 124px; CURSOR: hand; HEIGHT: 124px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SatPI1L5PII/AAAAAAAAAK0/yljCvBvhKSA/s320/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#000000;"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 16&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;หมวด ๘อำนาจตุลาการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;มาตรา ๑๕๗&lt;/span&gt; การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของ ศาลโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องดำเนินตามกฎหมายและในพระ ปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;มาตรา ๑๕๘&lt;/span&gt; บรรดาศาลทั้งหลายจะตั้งขึ้นได้ก็แต่โดย พระราชบัญญัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;มาตรา ๑๕๙&lt;/span&gt; การตั้งศาลขึ้นใหม่เพื่อพิจารณาพิพากษาคดี ใดคดีหนึ่งหรือที่มีข้อหาฐานใดฐานหนึ่งโดยเฉพาะ แทนศาล ธรรมดาที่มีอยู่ตามกฎหมายสำหรับพิจารณาพิพากษาคดีนั้น จะ กระทำมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;มาตรา ๑๖๐&lt;/span&gt; การบัญญัติกฎหมายให้มีผลเป็นการเปลี่ยน แปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลหรือวิธี พิจารณา เพื่อใช้แก่คดีใดคดีหนึ่งโดยเฉพาะ จะกระทำมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;มาตรา ๑๖๑&lt;/span&gt; ผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาพิพากษา อรรถคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;มาตรา ๑๖๒&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ย้ายและถอดถอน ผู้พิพากษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;มาตรา ๑๖๓&lt;/span&gt; การแต่งตั้ง การย้ายและการถอดถอนผู้ พิพากษา จะต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการก่อน แล้วจึง นำความกราบบังคมทูล การเลื่อนตำแหน่งและการเลื่อนเงินเดือนผู้พิพากษา จะ ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-7146724745860519336?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/7146724745860519336/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=7146724745860519336' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/7146724745860519336'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/7146724745860519336'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2511_01.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SatPI1L5PII/AAAAAAAAAK0/yljCvBvhKSA/s72-c/%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-3854752639092994777</id><published>2009-03-01T19:03:00.000-08:00</published><updated>2009-03-01T19:16:30.402-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#006600;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 15&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๔๔&lt;/span&gt; ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ&lt;br /&gt;(๑) ตาย&lt;br /&gt;(๒) ลาออก&lt;br /&gt;(๓)ขาดคุณสมบัติสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนตามมาตรา ๘๘ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๘๖ (๑) (๒) (๓) หรือ (๕) หรือมาตรา ๘๙ (๑) (๒) หรือ (๓)&lt;br /&gt;(๔) รัฐสภาลงมติไม่ไว้วางใจตามมาตรา ๑๒๘&lt;br /&gt;(๕) มีพระบรมราชโองการตามมาตรา ๑๔๕&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๔๕&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจใน การให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรี ถวายคำแนะนำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๔๖&lt;/span&gt; ในเหตุฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอัน จะรักษาความปลอดภัยสาธารณะหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ และไม่สามารถจะเรียกประชุมรัฐสภาได้ทันท่วงทีก็ดี เมื่อกรณี เช่นว่านั้นเกิดขึ้นในระหว่างสภาผู้แทนถูกยุบก็ดี พระมหากษัตริย์ จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ ก็ได้ ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไป ให้เสนอพระราชกำหนด นั้นต่อรัฐสภาโดยไม่ชักช้า ถ้ารัฐสภาอนุมัติแล้ว ให้พระราช กำหนดนั้นมีผลเป็นพระราชบัญญัติต่อไป ถ้ารัฐสภาไม่อนุมัติ ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระทั่งกิจการที่ได้ เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น คำอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้ทำเป็นพระราชบัญญัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๔๗&lt;/span&gt; ในระหว่างสมัยประชุม ถ้ามีความจำเป็นต้อง มีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับ การพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่น พระราชบัญญัติก็ได้ พระราชกำหนดที่ได้ตราขึ้นตามวรรคหนึ่ง จะต้องนำเสนอ ต่อรัฐสภาภายในสองวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๔๖ วรรคสองและ วรรคสามใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๔๘&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจใน การประกาศใช้กฎอัยการศึกตามลักษณะและวิธีการ ตาม กฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกเฉพาะ แห่งเป็นการรีบด่วน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารย่อมกระทำได้ตาม กฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๔๙&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจใน การประกาศสงคราม เมื่อได้รับความยินยอมของรัฐสภาแล้ว มติให้ความยินยอมของรัฐสภา ต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่าสอง ในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๕๐&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจใน การทำหนังสือสัญญาสันติภาพสงบศึก และทำหนังสือสัญญาอื่น กับนานาประเทศ หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือจะ ต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามสัญญา ต้องได้ รับความเห็นชอบของรัฐสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๕๑&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจใน การพระราชทานอภัยโทษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๕๒&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการถอดถอนฐานันดรศักดิ์และเรียกคืนเครื่องอิสริยาภรณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๕๓&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจ ในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา๑๕๔ &lt;/span&gt;พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนตำแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี และเทียบเท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๕๕&lt;/span&gt; การกำหนดคุณสมบัติ การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน และการลงโทษข้าราชการ ให้เป็นไปตามบท บัญญัติแห่งกฎหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;มาตรา ๑๕๖&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๓๗ และมาตรา ๑๗๐ วรรคสอง บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการใด ๆ อันเกี่ยวกับ ราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราช โองการ &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-3854752639092994777?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/3854752639092994777/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=3854752639092994777' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/3854752639092994777'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/3854752639092994777'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/03/2511.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-8718014630770567975</id><published>2009-02-26T07:02:00.000-08:00</published><updated>2009-02-26T07:09:04.833-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;span style="color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 14&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;หมวด ๗อำนาจบริหาร&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#660000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๓๗&lt;/span&gt; พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คนหนึ่ง และรัฐมนตรีอีกไม่น้อยกว่าสิบห้าคนและไม่มากกว่า สามสิบคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการ แผ่นดิน ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๓๘&lt;/span&gt; ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ "ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและ ประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทยทุกประการ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๓๙&lt;/span&gt; รัฐมนตรีจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิก สภาผู้แทนในขณะเดียวกันมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๔๐&lt;/span&gt; รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิเข้าประชุมและแถลงข้อ เท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมวุฒิสภา ที่ประชุม สภาผู้แทน หรือที่ประชุมรัฐสภา แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลง คะแนน เอกสิทธิที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๕ ให้นำมาใช้บังคับโดย อนุโลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๔๑&lt;/span&gt; คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา&lt;br /&gt;โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๔๒&lt;/span&gt; ในการบริหารราชการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีผู้ได้รับแต่งตั้งให้ว่าการกระทรวง ต้องรับผิดชอบต่อ รัฐสภาในหน้าที่ของตน และรัฐมนตรีทุกคนต้องรับผิดชอบ ร่วมกันต่อรัฐสภาในนโยบายทั่วไปของคณะรัฐมนตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๔๓&lt;/span&gt; รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ&lt;br /&gt;(๑) รัฐสภาลงมติไม่ไว้วางใจตามมาตรา ๑๒๘&lt;br /&gt;(๒) สภาผู้แทนสิ้นอายุหรือมีการยุบสภาผู้แทน&lt;br /&gt;(๓) คณะรัฐมนตรีลาออก&lt;br /&gt;(๔) ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;มาตรา ๑๔๔&lt;/span&gt; คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่ง    เพื่อดำเนินงานไปจนกว่าจะตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นใหม่ &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-8718014630770567975?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/8718014630770567975/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=8718014630770567975' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8718014630770567975'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8718014630770567975'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/02/2511_26.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-8439958903085013759</id><published>2009-02-24T19:15:00.000-08:00</published><updated>2009-02-24T19:23:30.362-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SaS5evPUj8I/AAAAAAAAAKs/wd7KRitJQbQ/s1600-h/à¸ªà¸"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5306570198677229506" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 108px; CURSOR: hand; HEIGHT: 81px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SaS5evPUj8I/AAAAAAAAAKs/wd7KRitJQbQ/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#660000;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 13&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;color:#660000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ส่วนที่ ๕ การประชุมร่วมกันของสภารัฐสภา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๔&lt;/span&gt; ในกรณีต่อไปนี้ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๑) การให้ความเห็นชอบในการตั้งผู้สำเร็จราชการแทน&lt;br /&gt;พระองค์ตามมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๒) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา ๒๑&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๓) การให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติตามมาตรา ๒๓&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๔) การปรึกษาร่างพระราชบัญญัติใหม่ตามมาตรา ๗๕&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๕) การเปิดประชุมรัฐสภาตามมาตรา ๑๑๐&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๖) การเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๒๙&lt;br /&gt;,&lt;br /&gt;(๗) การแถลงนโยบายตามมาตรา ๑๔๑&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๘) การให้ความยินยอมในการประกาศสงครามตาม มาตรา ๑๔๙&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๙) การให้ความเห็นชอบแก่หนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๕๐&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๑๐) การแต่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๖๔&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๑๑) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๖๙&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๑๒) การตีความรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๗๓&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๑๓) การให้พระมหากษัตริย์ทรงใช้และเลิกใช้อำนาจนิติบัญญัติ&lt;br /&gt;ทางคณะรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๖ วรรคหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๕&lt;/span&gt; ในการประชุมรัฐสภา ให้ใช้ข้อบังคับการ ประชุมปรึกษาของวุฒิสภาโดยอนุโลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๖&lt;/span&gt; ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๓ วรรคสอง ในการประชุมรัฐสภา&lt;br /&gt;ให้นำบทที่ใช้แก่สภาทั้งสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-8439958903085013759?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/8439958903085013759/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=8439958903085013759' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8439958903085013759'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/8439958903085013759'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/02/2511_8584.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_NAUd4jY5IsI/SaS5evPUj8I/AAAAAAAAAKs/wd7KRitJQbQ/s72-c/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-178361329515200344</id><published>2009-02-24T19:10:00.000-08:00</published><updated>2009-02-24T19:15:44.003-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#666666;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 12&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#663333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#663333;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๓&lt;/span&gt; งบประมาณแผ่นดินประจำปีให้ทำเป็น พระราชบัญญัติ ถ้าพระราชบัญญัติออกไม่ทันปีใหม่ ให้ใช้ พระราชบัญญัติงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๔&lt;/span&gt; การจ่ายเงินแผ่นดิน จะกระทำได้ก็เฉพาะที่ได้ อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณ เว้นแต่ในกรณีจำเป็น รีบด่วนจะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธี การที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีเช่นว่านี้ ต้องขออนุมัติจากรัฐสภา ในโอกาสแรกที่พึงกระทำได้ คำอนุมัติของรัฐสภาให้ทำเป็นพระราชบัญญัติเฉพาะเรื่อง หรือรวมลงไว้ในพระราชบัญญัติโอนเงินในงบประมาณ หรือ พระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติ งบประมาณประจำปีถัดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๕&lt;/span&gt; วุฒิสภาและสภาผู้แทนมีอำนาจควบคุมราชการ แผ่นดินโดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๖&lt;/span&gt; ในที่ประชุมวุฒิสภาหรือสภาผู้แทน สมาชิก ทุกคนมีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดอันเกี่ยวกับงานใน หน้าที่ได้ แต่รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบเมื่อเห็นว่าเรื่องนั้น ยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์ สำคัญของแผ่นดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๗&lt;/span&gt; สมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนไม่ต่ำ กว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของแต่ละสภา มีสิทธิ เข้าชื่อเสนอญัตติขอให้เปิดอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมวุฒิสภา หรือสภาผู้แทน แล้วแต่กรณี เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อ เท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในปัญหาอันเกี่ยวกับการบริหาร ราชการแผ่นดิน ญัตติดังกล่าวในวรรคหนึ่งเป็นของสมาชิกสภาใดให้ยื่นต่อ ประธานสภานั้น และให้ประธานสภาผู้ได้รับญัตติแจ้งไปยัง นายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดเวลาสำหรับการเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันที่นายกรัฐมนตรีได้รับแจ้ง แต่คณะรัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ระงับการเปิดอภิปรายทั่วไป นั้นเสียได้ เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยว กับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ในการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรานี้ สภาจะลงมติใน ปัญหาที่อภิปรายมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๘&lt;/span&gt; สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนทั้งสอง สภารวมกันหรือสมาชิกของแต่ละสภา ไม่ต่ำกว่าหนึ่งในห้าของ จำนวนสมาชิก ทั้งหมดของทั้งสองสภา มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายตัว หรือทั้งคณะ ญัตติดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นของสมาชิกของทั้งสอง สภาให้ยื่นต่อประธานรัฐสภา ถ้าเป็นของสมาชิกสภาใดให้ยื่นต่อ ประธานสภานั้น การเปิดอภิปรายทั่วไปตามญัตติดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อการเปิดอภิปรายทั่วไปสิ้นสุดลง โดยมิใช่ด้วยมติให้ผ่าน ระเบียบวาระเปิดอภิปรายนั้นไป ให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติ ไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ แต่การลงมติในกรณีเช่นว่านี้ มิให้ กระทำในวันเดียวกับวันที่การอภิปรายสิ้นสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๙ &lt;/span&gt;ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับราชการแผ่นดินที่คณะ รัฐมนตรีเห็นสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภาและ สมาชิกสภาผู้แทน นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอ ให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่า นี้รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๐&lt;/span&gt; การประชุมวุฒิสภาและสภาผู้แทน ย่อมเป็น การเปิดเผยตามลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของแต่ละสภา แต่หากคณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกของแต่ละสภาไม่น้อยกว่า ยี่สิบห้าคนร้องขอให้ประชุมลับ ก็ให้ประชุมลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๑&lt;/span&gt; วุฒิสภาและสภาผู้แทนมีอำนาจเลือกสมาชิก ของแต่ละสภา ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการสามัญ และมีอำนาจ เลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกหรือมิได้เป็นสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมา ธิการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนเรื่องใด ๆ อันอยู่ในวงงานของสภาแล้วรายงานต่อสภา คณะกรรมาธิการที่ กล่าวนี้ย่อมมีอำนาจเรียกบุคคลใด ๆ มาแถลงข้อเท็จจริงหรือ แสดงความคิดเห็นในการที่กระทำหรือเรื่องที่พิจารณาอยู่นั้นได้ เอกสิทธิที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๕ นั้น ให้คุ้มครองถึง บุคคลผู้กระทำหน้าที่ตามมาตรานี้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๒&lt;/span&gt; การประชุมคณะกรรมาธิการ ต้องมีกรรมาธิการ ประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ ประชุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๓๓&lt;/span&gt; วุฒิสภาและสภาผู้แทนมีอำนาจตั้งข้อบังคับ การประชุมปรึกษาของแต่ละสภา เกี่ยวกับการเสนอร่างพระราช บัญญัติ การเสนอญัตติ การประชุม การปรึกษาและกิจการอื่น เพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9052796310132418044-178361329515200344?l=constitution-new.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://constitution-new.blogspot.com/feeds/178361329515200344/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9052796310132418044&amp;postID=178361329515200344' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/178361329515200344'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9052796310132418044/posts/default/178361329515200344'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://constitution-new.blogspot.com/2009/02/2511_24.html' title='รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511'/><author><name>new</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9052796310132418044.post-4460960610535048584</id><published>2009-02-22T21:17:00.000-08:00</published><updated>2009-02-22T21:23:48.525-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8'/><title type='text'>รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:85%;color:#006600;"&gt;รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ตอน 11&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#006600;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๑๙&lt;/span&gt; เมื่อสภาผู้แทนหรือวุฒิสภาได้พิจารณาร่าง พระราชบัญญัติที่เสนอตามมาตรา ๑๑๘&lt;br /&gt;และลงมติให้ใช้ได้แล้ว ให้สภาผู้แทน หรือวุฒิสภาเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภา หรือสภาผู้แทน แล้วแต่กรณี          วุฒิสภาหรือสภาผู้แทนต้องพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่อีกสภาหนึ่งเสนอมานั้นให้เสร็จภายใน หกสิบวัน แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จภายในสามสิบวัน           ทั้งนี้ เว้นแต่สภาผู้แทนหรือวุฒิสภาที่เสนอร่างพระราชบัญญัติมานั้นจะ ได้ลงมติให้ขยายเวลาออกไปเป็นพิเศษ กำหนดวันดังกล่าวให้ หมายถึงวันในสมัยประชุม   และให้เริ่มนับแต่วันที่ร่างพระราช บัญญัตินั้นมาถึงวุฒิสภาหรือสภาผู้แทน แล้วแต่กรณี           ถ้าวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนไม่ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ให้เสร็จภายในกำหนดเวลาที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ก็ให้ถือว่าวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น ในการที่สภาผู้แทนเสนอร่างพระราชบัญญัติไปยังวุฒิสภา หรือวุฒิสภาเสนอร่างพระราชบัญญัติไปยังสภาผู้แทน ตามวรรค หนึ่ง   ให้ประธานแห่งสภาที่เสนอร่างพระราชบัญญัติไปยังอีกสภา หนึ่งนั้น แจ้งไปตามความเห็นของประธานแห่งสภานั้นด้วย ว่า ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอไปนับเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วย การเงินหรือไม่     คำแจ้งของประธานแห่งสภาให้ถือเป็นเด็ดขาด ในกรณีที่ประธานแห่งสภามิได้แจ้งไป ว่าร่างพระราชบัญญัติ ใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ให้ถือว่าร่าง พระราชบัญญัตินั้นมิใช่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;มาตรา ๑๒๐&lt;/span&gt; เมื่อวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(๑) ถ้าเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนหรือวุฒิสภาที่เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินั้นมา&lt;br /&gt;ก็ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๗๔&lt;br /&gt;(๒) ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนหรือวุฒิสภาที่เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินั้นมา    ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็น ร่างพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนเสนอมา ก็ให้ยับยั้งร่างพระราช บัญญัตินั้นไว้ก่อน และส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภา ผู้แทน ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่วุฒิสภาเสนอมา ก็ให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นตกไป&lt;br /&gt;(๓) ถ้าแก้ไขเพิ่มเติม ก็ให้ส่งร่างพระราชบัญญัติตามที่ แก้ไขเพิ่มเติมนั้นไปยังสภาผู้แทนหรือวุฒิสภาที่เสนอร่างพระ ราชบัญญัตินั้นมา แล้วแต่กรณี      ในกรณีเช่นว่านี้ ให้สภาทั้งสอง ต่างตั้งบุคคลที่เป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวน เท่ากันตามที่วุฒิสภาหรือสภาผู้แทนที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ นั้นกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง
